เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 1 เมษายน 2025 at 19:34.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,194
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,696
    ค่าพลัง:
    +26,554
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,194
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,696
    ค่าพลัง:
    +26,554
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ สามเณรของเราต้องสำนึกอยู่เสมอว่า เราเป็นเชื้อสายของสมณะ เป็นบุคคลที่คนอื่นเขากราบไหว้ ถ้าหากว่าความดีไม่พอ ให้คนอื่นที่เขาอายุมาก ที่เรียกว่า "วัยวุฒิ" มากกว่า ความรู้ความสามารถมาก เรียกว่า "คุณวุฒิ" มากกว่า เขามากราบมาไหว้ เราก็มีแต่จะขาดทุนไปทุกวัน

    ดังนั้น..จึงต้องระมัดระวังอยู่เสมอว่าตอนนี้เราคือสามเณร แม้ว่าตอนนอนหลับอาจจะฝันว่าวิ่งเล่นบ้าง แต่ว่าตื่นขึ้นมาแล้ว ต้องรู้ตัวอยู่เสมอว่าเราคือสามเณร โกนหัวแล้ว นุ่งห่มผ้าเหลืองแล้ว อย่าเผลอไปคิดว่าเป็นฆราวาส

    สำหรับวันนี้ กระผม/อาตมภาพเองได้รับข่าวบางส่วนจากพรรคพวกทางประเทศพม่าส่งมาให้ เอาแค่ว่าสถานที่สำคัญหลายแห่งในประเทศพม่าได้รับความเสียหายหนักมาก ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่มัณฑะเลย์ หัวใจของมัณฑะเลย์เลยมี ๒ อย่างก็คือหลวงพ่อพระมหาเมี้ยตมุนี หรือที่คนไทยเรียกว่าหลวงพ่อมหามัยมุนี มณฑปหลวงพ่อเสียหายเกือบหมด องค์หลวงพ่อเอง ความเสียหายอื่นดูไม่ชัดเจน ยกเว้นมหามงกุฎที่เอียงและบิดเบี้ยวไป อาจจะมีสิ่งของหล่นใส่ แล้วทางพม่าก็ขอร้องว่าอย่าถ่ายรูปจนกว่าจะทำหรือว่าซ่อมเสร็จ

    อีกส่วนหนึ่งก็คือยอดเขามัณฑะเลย์ตอง ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีความเสียหายเท่าไร แต่น่าจะเสียหายมากกว่าทางด้านล่าง เนื่องเพราะว่าตลอดทางขึ้นไปนั้นมีพระพุทธรูปใหญ่ และบนยอดเขามีพระเจดีย์อยู่ด้วย

    ส่วนที่พักรอบข้างตัวเมืองมัณฑะเลย์ นอกจากเสียหายเพราะแผ่นดินไหวแล้ว ยังโดนไฟไหม้ซ้ำจนไม่เหลือซาก พูดง่าย ๆ ว่าดีที่ไม่มีฝนลงมาซ้ำเติม เลยทำให้ชาวบ้านสามารถที่จะนอนพักแถวใต้ต้นไม้ได้ ส่วนเรื่องของการค้นหาศพ หรือช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ซึ่งเข้าสอบที่อาคารเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์มัณฑะเลย์ ยังไม่มีความชัดเจน แต่เขาคาดว่าคงจะมรณภาพเป็นร้อยรูป..!

    ส่วนทางมณฑลสะกาย ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ความช่วยเหลือเข้าไปไม่ถึง เพราะว่าถนนจากมัณฑะเลย์ผ่าน "อังวะ" ที่พม่าเรียกว่า "อิงวะ" เข้าไปสู่สะกาย โดนแผ่นดินไหวพังหมด ไม่มีสถานที่พอให้พาหนะวิ่งได้เลย สะพานที่ข้ามจากมัณฑะเลย์ไปสะกายสองแห่ง ก็คือสะพานข้ามแม่น้ำอิระวดี หรือแม่น้ำเอยาวตี แห่งหนึ่งพังถล่มลงน้ำ อีกแห่งหนึ่งตอม่อทรุดและร้าว ทำให้ไม่มีใครกล้าใช้งาน ปัจจุบันนี้ต้องอาศัยแพขนานยนต์พาคนข้ามไปมา
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,194
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,696
    ค่าพลัง:
    +26,554
    ยอดเขาสะกายซึ่งเป็นสถานที่สำคัญมาก โดยเฉพาะวัดซุนอู ซึ่งจะมีหลวงพ่อโตอยู่องค์หนึ่ง ที่ใครจะตื่นเช้าสักเท่าไรก็ตาม ถ้าไปถึงหลังเที่ยงคืน จะมีข้าวพระถวายอยู่ก่อนชุดหนึ่งเสมอ จนเขาเชื่อกันว่าเทวดามาถวายข้าวพระ ปรากฏว่าหลวงพ่อวัดซุนอูพังลงมาเกินครึ่งองค์ เหลือแค่พระอังสาคือบ่าซ้าย กับองค์พระ แล้วก็หน้าตักหน่อยเดียวเท่านั้น..!

    วัดวัดอูมินตงเส่ไม่มีความชัดเจนว่าพังลงไปเท่าไร โดยเฉพาะวัดนี้จะมีพระพุทธรูปอยู่ ๓๐ องค์

    ส่วนที่เสียหายหนักอีกส่วนหนึ่งก็คือพระเจดีย์โบดอพะยา ซึ่งพระเจ้าปะดุง หรือพระเจ้าโบดอ ตั้งใจสร้างให้เป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ของเดิมโดนแผ่นดินไหวโค่นไปแล้วเกินครึ่ง ฐานก็มีรอยแตกร้าวอยู่ กลายเป็นที่เที่ยวสำคัญ ตอนนี้พังลงมาอีกครึ่งหนึ่ง..!

    ส่วนที่ไม่ได้ข่าวก็คือระฆังยักษ์มิงกุนเกาเลาจี เป็นระฆังที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนัก ๕๕,๕๕๕ ชั่ง อยากรู้ว่าน้ำหนักเป็นกิโลกรัมเท่าไร ๑ ชั่งของพม่าเท่ากับ ๓ ปอนด์อังกฤษ ก็เอา ๓ คูณ ๕๕,๕๕๕ แล้วหารด้วย ๒.๒ ก็จะเป็นน้ำหนักกิโลกรัม

    เมืองเพียวบ่วย ซึ่งเป็นเมืองเล็กใกล้เคียงบริเวณมัณฑะเลย์ เส้นทางขึ้นสู่รัฐฉาน เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่าอยู่มาก พังทลายแทบไม่มีอะไรเหลือเลย และความช่วยเหลือก็เข้าไปไม่ถึงด้วย เพราะว่าถนนหนทางเสียหายหมด..!

    เมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งก็คือเมืองมะกูย หรือที่คนไทยอ่านตามภาษาอังกฤษว่า "มาเกว" สิ่งสำคัญก็คือพระมหาเจดีย์เมียะตะลูน ซึ่งเขาเชื่อกันว่าเป็นที่เก็บแท่น ซึ่งอัญเชิญพระพุทธเจ้าตอนที่เสด็จมาสุวรรณภูมิเอาไว้ เป็นบริโภคเจดีย์

    ปรากฏว่ากำแพงและตัวอาคารโดยรอบพังหมด แต่องค์เจดีย์ไม่มีอะไรเสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก เพราะว่ากระผม/อาตมภาพเองตอนช่วงที่ไปกราบ ประทับใจสุด ๆ ตรงที่ว่า องค์เจดีย์เปล่งรัศมีเรืองรอง รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางพระจันทร์วันเพ็ญ สงบเย็นมาก ถ้าใครมีโอกาสลองไปกราบดูสักครั้งหนึ่ง
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,194
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,696
    ค่าพลัง:
    +26,554
    สมัยก่อนที่กระผม/อาตมภาพยังเป็นทหารอยู่ เขาสอนเอาไว้ว่าในช่วงภัยพิบัติต้องมีอาวุธติดตัวด้วย ถามครูฝึกว่าทำไม ? เราขนอาหารกับน้ำไว้ไม่ดีกว่าหรือ ? ครูฝึกบอกว่าถ้าไม่มีอาวุธ แล้วคุณจะเอาอะไรป้องกันอาหารและน้ำของคุณ ? เพราะว่าถึงเวลาคนหิวขึ้นมา วิธีง่ายที่สุดก็คือแย่งชิงหรือว่าปล้นจากคนอื่น..!

    จึงเป็นเรื่องที่พวกเราทั้งหลายต้องตระหนักเอาไว้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม เปรียบเทียบกับประเทศพม่าที่เป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหวแล้ว เป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น จนกระทั่งวันนี้ หลังเหตุการณ์เกิดขึ้นมา ๓ วันแล้ว ยังไม่สามารถที่จะได้ข้อสรุปว่ามีผู้เสียชีวิตเท่าไร ไม่สามารถจะประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ยกเว้นเปรียบเทียบ
    ว่า เหมือนกับโดนระเบิดปรมาณูหลายลูกทีเดียวพร้อมกัน..!

    กระผม/อาตมภาพเองได้ยินบางคนที่เปรียบเทียบว่า "พอมีผู้นำเป็นหญิงแล้วเกิดภัยพิบัติขึ้น" อยากจะบอกว่าไอ้นั่นพยายามที่จะโยงให้มีเรื่องให้ได้ เพราะว่าในช่วงที่เกิดภัยพิบัติอย่างสึนามิ ก็ไม่ใช่ว่าผู้นำของเราจะเป็นผู้หญิง..!

    ในส่วนที่เกิดขึ้นนั้น
    เรื่องของสงครามในที่ต่าง ๆ สำคัญมาก เพราะว่ามีการใช้วัตถุระเบิดหรือขีปนาวุธ ที่สร้างแรงสะเทือนให้กับพื้นโลกต่อเนื่องยาวนาน เมื่อแรงสะเทือนสะสมถึงที่สุดก็จะปล่อยออกมา ก็แปลว่าจะมีเกิดขึ้นอีกถ้าหากว่าสงครามในที่ต่าง ๆ ยังไม่ได้ลดน้อยถอยลง

    บ้านเราแม้ว่าจะอยู่ในสถานที่ซึ่งมีอันตรายจากภัยพิบัติน้อย แต่ก็ควรที่จะมีการเตรียมตัวอยู่ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะบุคคลที่ขายบ้านหนีน้ำท่วมในปี ๒๕๕๔ ไปซื้อคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะไปอยู่ชั้นสูง ๆ เจอแผ่นดินไหวครั้งนี้ก็คงนั่งกลุ้มใจว่า หนีน้ำได้..แต่หนีแผ่นดินไหวไม่พ้น เรื่องพวกนี้ก็คงจะต้องแก้ไขกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือว่าตัวเราเอง ถ้ามีข่าวคืบหน้าอะไรก็จะมานำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบอีกวาระหนึ่ง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...