ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลิ่นแปลกๆ
    ส.ส. ล่มสภา! ⛔"ยกเลิก" โหวตจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงครามอิหร่าน‼️❓นี่มันประหลาดพิกลมาก ปกติคือโหวตแล้วไม่ผ่าน ซึ่งก็ว่ากันไป แต่นี่ "เบี้ยวนัด" ล้มกำหนดไปเลย ... เอ๊ะ แปลกๆ นะ

    หรือว่า.. หรือว่า.. ทรัมป์กำลังจะทำอะไรไวๆ นี้..

    ทั้งนี้ ต้องเท้าความก่อนว่า
    1.) ที่ผ่านมา โดนสภา "ตีตก" ทุกครั้ง กล่าวคือปล่อยให้ทรัมป์มีอำนาจอาญาสิทธิ์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดต่อไป
    ล่าสุดนี้ ดันพลิกโผ ผ่านมาแล้วหนึ่งสภา คือสภาสูง (วุฒิสภา)
    ซึ่งถ้าสภาล่าง (สภาผู้แทนราษฎร) ผ่านอีก นี่คือเรียบร้อยเลย

    2.) แทรกอธิบายหน่อย กฎหมายอเมริกาต้องผ่านทั้งคองเกรส (สองสภา ได้แก่ ส.ส. และ ส.ว.)
    ซึ่งชงเรื่องโหวต จะเข้าสภาไหนก่อนก็ได้ และบ่อยครั้งที่กลับไปกลับมา ส่งกลับไปอีกสภา เพื่อมีปรับแก้

    3.) ประเด็น "จำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการทำสงคราม" หมายความว่าผู้นำประเทศสั่งรบเลยไม่ได้แล้ว ถ้าจะรบก็ต้องรอมติคองเกรสก่อน

    เข้าสภาล่างแล้ว 3 ครั้ง : ตกหมด❌❌❌ (แต่คะแนนเสียงเบียดสูสีขึ้นเรื่อยๆ
    เข้าสภาสูงแล้ว 8 ครั้ง : ตก 7 ครั้ง❌❌❌❌❌❌❌

    ครั้งที่ 8 ผ่าน✅

    นั่นแหละ จึงส่งไปให้สภาล่างโหวตต่อ ถ้าผ่านเหมือนกัน ก็จบ

    ล่าสุด จึง "เลิกนัด" ไม่โหวตดื้อๆ ซะงั้น!

    4.) ต้องเข้าใจก่อนว่า ทั้งสองสภา พรรครีพับลิกัน (พรรครัฐบาลของทรัมป์) ครองเสียงข้างมากทั้งคู่
    ซึ่งพรรคเดโมแครต (พรรคฝ่ายค้าน) โหวตยังไงนี่พอรู้ ฉะนั้น จะผ่านได้ ต้องดึงเสียงจากรีพับลิกันมา หาคนที่ทนไม่ได้ รับไม่ไหวกับสงครามมากขึ้นทุกทีๆ
    ซึ่งมันก็หาได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
    ชนะได้หนึ่งสภาแล้ว
    เหลืออีกสภา (ซึ่งคะแนนเสียงก็เบียดขึ้นเรื่อยๆ ในการโหวตที่ผ่านมา)

    5.) ต้องเข้าใจว่า สุดท้ายมันก็มีความเป็นเกม ความเป็นละครพอสมควร
    เพราะที่สุดแล้ว ถึงผ่านคองเกรสเรียบร้อยทั้งสองสภา มันก็ต้องให้ประธานาธิบดีลงนามอยู่ดี จึงจะออกเป็นกฎหมายสมบูรณ์

    นั่นคือตัวทรัมป์มีสิทธิ์ "วีโต้"

    แล้วถ้าทรัมป์ใช้สิทธิ์นี้ (ซึ่งก็ต้องใช้แหงๆ อยู่แล้ว) เรื่องก็จะย้อนกลับไปที่คองเกรสใหม่ คองเกรสต้องโหวตไม่ใช่แค่เสียงข้างมาก (ไม่ใช่แค่เกินครึ่ง) แต่ต้องได้เสียงเกิน 60% ทั้งสองสภา ซึ่งแบบนี้ยากเลย เดโมแครตจะดึงเสียงขนาดนั้นมาจากรีพับลิกันได้ยังไง

    ดังนั้นโหวตไปโหวตมา ผลมันก็ไม่น่าจะเปลี่ยนอะไรนโยบายการทำสงครามของประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้รัฐบาลของท่านโดนัลด์ ทรัมป์ได้

    6.) แต่อะไรยังไงไม่รู้ล่ะ อย่าโหวตเลย เตะล่มไปก่อน ผัดเวลาออกไป เลื่อน ไว้ค่อยไปโหวตอีกทีวันไหนค่อยว่ากันใหม่
    ซึ่งออกท่านี้แล้วมันแหม่งๆ ชอบกล
    หรือทรัมป์กำลังจะสั่งทำอะไร จึงไม่อยากให้อะไรมารกหูรกตาทำลายบรรยากาศ

    แปลกนะ

    อิหร่านต้องระวัง เดี๋ยวเจอแบบไม่ทันตั้งตัวอีก
    https://www.reuters.com/world/us/us-house-republicans-cancel-iran-war-powers-vote-2026-05-21/
    https://www.facebook.com/share/p/1DnWxAp2Kq/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวนี้สำคัญมากๆ นะครับสำหรับเราชาวมนุษย์!
    { 'สตาร์บัคส์' ปลด AI หลังทำงานมาได้ 9 เดือน แล้วกลับมาใช้คนแทน}
    ✅✅✅มันคือชัยชนะเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะปกติจะเห็นแต่ข่าว 'ปลดคนงาน' แล้วเอา AI มาแทน มีแต่แนวนี้ตลอด แต่นี่ไม่ใช่!

    AI ยังไม่เก่งพอ ทำงานบกพร่อง! (หรือสตาร์บัคส์ยังพัฒนามาไม่ดีพอ)
    มันเป็นโปรแกรม AI ที่ใช้นับสต็อก ซึ่งเพิ่ง 'ปฏิบัติงาน' ทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือมาได้เพียง 9 เดือน

    ทำไมถึงต้องพึ่ง AI ?
    เดิมปัญหาคือ "ของขาดสต็อก" ซึ่งเกิดประจำเลย นั่นทำให้ยอดขาย แทนที่จะได้เต็มที่ ก็มาถูกตัดเพราะตรงนี้
    งั้นบริหารจัดการสต็อกให้มันดีซะ ต้องมาถึงมือ AI ! เอาให้เห็นๆ เน้นๆ เลย แบบแม่นๆ เร็วๆ ว่าขาดเท่าไหร่ จะได้รีบเติมของ

    ปรากฏว่า พอ AI เข้ามาช่วยทำจริงๆ แล้ว ดันนับผิดนับถูก แถมไม่ใช่นับเลขผิดอย่างเดียว แต่ไปงงนับผิดประเภท นับอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ มั่ว

    (ก็ต้องย้ำด้วยว่า มิใช่แปลว่า AI ไม่ดี แต่สตาร์บัคส์จ้างทำขึ้นมาไม่ดีเองด้วย)

    ประสิทธิภาพการทำงานงี้ การบริหารจัดการสต็อกกลายเป็นยิ่งแย่ ทางสตาร์บัคส์จึงตัดสินใจให้อาร์เน่อ ชล็อ.. เอ๊ย ให้ AI "ยุติบทบาท"

    กลับมาทำแบบเดิม คือ ใช้มือนับไปก่อน!
    มือของคน!
    ร่างกายและมันสมองของชาวมนุษย์กลับมามีคุณค่า!
    (ซึ่งก็ต้องย้ำว่า อาจจะชั่วคราวไปก่อนเอง ... เพราะเดี๋ยวก็คงพัฒนา AI มาใหม่ เอาที่ดีๆ)

    แหม ... ก็รู้แหละ สุดท้าย AI มันจะกลืนหมด คืบคลานมาเรื่อยๆ
    ยากจะต้าน
    แต่นานๆ ที พอเห็นข่าวที่ "กลับข้าง" ! กลายเป็น AI ทำงานไม่ไหว แล้วให้คนกลับมาทำแทน มันก็ดีใจเล็กๆ
    (ยังสงสัยอยู่ "นี่กูจะดีใจทำไมวะ" ?!?!)
    ณ วันนี้ AI ยังมิใช่จะเหนือกว่า ยังมิใช่จะแย่ง "หน้าที่" มนุษย์ไปได้ทุกสิ่งอย่าง

    ระหว่างนี้ คนก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป หาที่ทางให้ตัวเอง

    https://www.reuters.com/business/starbucks-scraps-ai-inventory-tool-across-north-america-2026-05-21/

    https://www.facebook.com/share/p/1D3TVviRy2/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พิษสงคราม อลูมิเนียมมีสิทธิ์พุ่งแพงสุดประวัติศาสตร์
    คือก่อนรบกัน ก็หนักอยู่แล้ว สต็อกอลูมิเนียมกำลังต่ำสุดในรอบ 55 ปี‼️และก็นั่นเลย รบกันปุ๊บ ก็ยิ่งสาหัส ทางวาณิชธนกิจชื่อดัง Citi คาดการณ์ว่าสต็อกจะสอยสถิติใหม่ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ภายใน 6-12 เดือนนี้⚠️

    ตอนนี้ ราคาอลูมิเนียมตลาดโลก (ฟิวเจอร์ส ตลาด London Metal Exchange - LME) สูงสุดในรอบ 4 ปีอยู่แล้วนะครับท่าน ก็สูงสุดตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนหมาดๆ น่ะแหละ
    ราคาแถวๆ 3,600 ดอลลาร์/ตัน

    แต่ยังไม่ชนะพีกตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน (ตอนนั้นเหยียบ 3,850 ดอลลาร์/ตัน)

    ทาง Citi ปัก target ภายใน 3 เดือนนี้ ที่ 4,000 ดอลลาร์/ตัน
    เท่ากับว่าล้มพีกตอนนั้นลงได้!

    เพราะตอนนี้สถานการณ์มันหนัก ตะวันออกกลางหายไป ทำให้อลูมิเนียมล่องหนไป 3 ล้านตัน
    ประเด็นก็คือ ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่หมายเลข 1 ของโลกอย่างจีน ผลิตเพิ่มมาโปะได้ไม่เท่าไหร่ เพราะยังไงซะ รัฐบาลจีนตั้ง "เพดาน" กั้นไว้ ห้ามเกิน 45 ล้านตัน/ปี
    (ปีที่แล้ว ก็ปริ่มๆ ; เกินมา 2 แสนตัน)
    ชาติเดียวที่มีศักยภาพจะเร่งการผลิตขึ้นมาคืออินโดฯ ก็เพิ่มไปอุดไม่ไหว

    ประเมินว่าปีนี้ จะ "ขาดตลาด" 2.7 ล้านตัน
    หนักหน่วงสุดตั้งแต่ยุค 1970s

    Citi พยาการณ์ราคาจะถึง 4,000 ดอลลาร์/ตัน ในครึ่งหลังของปี แล้วปีหน้าจะยังทรงๆ แถว 3,800 ดอลลาร์/ตัน
    แต่ในกรณี BULL ที่ไปแบบสุดๆ นั้น Citi ให้ฟาดไปถึง 5,350 ดอลลาร์/ตัน
    ซึ่งแบบนี้คือบ้าไปแล้วนะครับท่าน เพราะโลกเรา ยังไม่เคยเจอราคาผ่าน 4,500 ดอลลาร์/ตันด้วยซ้ำ
    (ณ ตอนนี้ สถิติสูงสุดยังคงเป็นช่วงปี 2007-2008)

    มีความสยอง

    https://www.facebook.com/share/p/1DyLJDUneu/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    AI จะกลายเป็น "ปัจจัยยังชีพ" เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ "มีก็ดี" หรือ "มีก็เท่" เท่านั้น! ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่คือหินผาที่แน่นหนัก ไม่แตกไม่ร้าว!
    ภายใน 4 ปีนี้แหละ เม็ดเงินที่โยนลงไปเพื่อไถหว่าน AI จะสูงเสียดถึงหลัก 3-4 ล้านดอลลาร์!!!!!
    ทุกอุตสาหกรรม ทั่วทั้งวงการ ล้วนจำเป็นต้องอาศัย AI เพื่อเพิ่ม productivity "ผลิตภาพ"
    เมื่อวาน Nvidia แถลงผลประกอบการครับท่าน และนี่คือสิ่งที่ โคเลตต์ เครสส์ CFO กล่าวแก่มนุษย์โลก
    เชื่อมั่นอย่างสุดแสนว่า Blackwell จะอยู่ในทุกหนแห่งของพิภพ

    Rubin ก็กำลังจะมาเร็วๆ นี้ ช่วยกันกับ Blackwell ยึดครองโลก

    เจนเซน หวง CEO ประกาศกร้าว Blackwell กับ Rubin จะควงกันสร้างรายได้ถึงหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นปีหน้า!!!!!
    มันอาจมิใช่ความเชื่อมั่นที่เกินเลย

    ส่วนประเด็น H200 รุ่นเฉพาะสำหรับจีน ยังเงียบ
    อุตส่าห์ถ่อไปถึงเมืองจีน โชว์โซ้ยบะหมี่ซู้ดๆ แต่เรื่องยังไม่คืบ สัญญาณไฟเขียวยังไม่มา

    ผลประกอบการล่าสุด ยอดขายของ Nvidia เดือน ก.พ. - เม.ย. 2026 ฟาดไป 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์เลยนะครับท่าน
    รายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ ซัดไป 7.52 หมื่นล้านดอลลาร์

    ประเมิน เดือน พ.ค.-ก.ค. 2026 ยอดขาย 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์

    หุ้นอาจมีแกว่งๆ หลังแถลงผลประกอบการหน่อย แต่ภาษาเขาเรียก jitter

    รวมๆ แล้ว ยังดูว่า "ยาว"

    แข็งแกร่งจนเกินต้านทาน

    ซึ่งจริงๆ ที่น่าสนคือ หลังๆ คู่แข่งดาหน้ากันมามาก เริ่มมีความน่ากลัวขึ้น
    AMD เอย
    Broadcom เอย
    รวมถึง Alphabet (Google) ที่เอาจริงขึ้นเรื่อยๆ
    หรือแม้แต่กระทั่ง Intel ที่เริ่มปลุกผีกลับมา

    ซึ่งยิ่งกลายเป็นว่ายิ่งคู่แข่งชักแข่งๆ ได้ ตัว Nvidia ก็ยังแกร่งๆ ขึ้นไปอีก

    AI ร้อนแรง
    (และช่วงนี้กระแสคำว่า "ฟองสบู่" ชักเฟดๆ ออกไป)

    https://www.reuters.com/world/us/nv...pmaker-expected-post-jump-revenue-2026-05-20/

    https://www.facebook.com/share/p/1DEnxwBdfD/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ค่าเงิน "รูปี" ของอินเดีย
    ยังคงอ่อนค่าไม่หยุด
    จนทำสถิติต่ำสุดใหม่แล้ว

    สูญเสียมูลค่าไปมากกว่า -50% แล้วใน 17 ปีที่ผ่านมา หากกับเทียบดอลลาร์สหรัฐ

    ค่าเงิน Indian Rupee ปรับตัวอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์แข็ง ค่าใช้จ่ายนำเข้าพลังงาน และกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

    ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า รูปีอินเดียสูญเสียมูลค่ามากกว่า 50% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 2009 สะท้อนแนวโน้มระยะยาวของการอ่อนค่าของสกุลเงินในหลายประเทศกำลังพัฒนา เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง

    นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยสำคัญมาจาก:

    ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากดอกเบี้ยสูง
    ราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันของอินเดีย
    การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
    เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสหรัฐ

    แม้อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก แต่ค่าเงินที่อ่อนค่าต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ต้นทุนนำเข้า และภาระหนี้สกุลดอลลาร์ในระยะยาว

    https://www.facebook.com/share/p/18eyK4HTmU/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รู้หรือไม่? “เฉินจื้อ” เจ้าพ่อจีนเทาเครือไท่จื่อ (Prince Group) เคยได้รางวัล “องค์กรต้นแบบความรับผิดชอบต่อสังคม” ที่ปักกิ่ง 2 ปีซ้อน


    ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดบิตคอยน์มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และตั้งข้อหาเฉินจื้อ (陈志 / Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งเครือไท่จื่อ (Prince Group) ของกัมพูชา ในข้อหาบงการเครือข่ายฉ้อโกงคริปโตขนาดมหึมาที่พ่วงด้วยการบังคับใช้แรงงาน


    สิ่งที่น่าตกใจคือ ก่อนหน้านี้เครือไท่จื่อเคยได้รับรางวัล “องค์กรต้นแบบความรับผิดชอบต่อสังคม” (社会责任典范奖) จากเวทีสุดยอดผู้นำการเงินจีน (China Financial Summit) ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ทั้งในปี 2021 และ 2022 โดยสื่อจีนในเวลานั้นยกย่องเขาว่าเป็น “นักธุรกิจพลังบวก” และ “นักการกุศล”


    จากเด็กร้านเน็ตในฝูเจี้ยน สู่ “ราชาเงา” แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


    เฉินจื้อเกิดปี 1987 ที่อำเภอเหลียนเจียง (连江) มณฑลฝูเจี้ยน วัยรุ่นของเขาเติบโตมาพร้อมยุคที่ธุรกิจใต้ดินบนอินเทอร์เน็ตในฝูเจี้ยนกำลังเฟื่องฟู ราวปี 2005 ร้านเน็ตในเมืองเหลียนเจียงคือ “ฐานทัพสตาร์ทอัพ” ของเขา เขารวมกลุ่มเพื่อนตั้งทีมชื่อ “อัศวิน” (骑士团队) หาเงินจากการรับจ้างโจมตีเครือข่าย ทำโกงเกมออนไลน์ และซื้อขายข้อมูลผู้ใช้


    ปี 2009 เมื่อจีนเริ่มปราบปรามธุรกิจใต้ดินออนไลน์อย่างหนัก เฉินจื้อหยิบเงินสด 5 แสนหยวนที่ซุกใต้เตียง ซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปกรุงพนมเปญ กัมพูชา เขากระโดดเข้าวงการอสังหาริมทรัพย์ทันที กว้านซื้อที่ดินรกร้างชานเมืองที่กรรมสิทธิ์ยังไม่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในราคาถูก แล้วจ้างคนงานจีนสร้างอพาร์ตเมนต์ราคาประหยัดปล่อยเช่าให้คนจีนที่ไปทำงานในกัมพูชา


    บริจาค 7.8 ล้านฉลองวันเกิดฮุนเซน เปิดประตูสู่วงในการเมือง


    ปี 2014 เฉินจื้อใช้เงิน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อสัญชาติกัมพูชา ผ่านสายสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ระดับสูง เขาได้รู้จักกับลูกชายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันเปิดโรงแรมไท่จื่อ ซึ่งกลายเป็นจุดนัดพบหลักของวงการธุรกิจ-การเมืองในพนมเปญ


    ในงานเลี้ยง เขาทุ่มเงินไม่อั้น โดยเฉพาะการเหมาสถานที่จัดงานวันเกิดให้อดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน พร้อมบริจาคเงินการกุศล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ในปี 2017 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทยกัมพูชา


    ปี 2015 เครือไท่จื่อโฮลดิ้ง (Prince Holding Group) เปิดตัวอย่างเป็นทางการใจกลางกรุงพนมเปญ ภาพลักษณ์ภายนอกคือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องครบวงจร ทั้งอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และโทรคมนาคม มีอพาร์ตเมนต์หรูและศูนย์การค้า พร้อมตั้งมูลนิธิ Prince Foundation ทำโครงการด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อม สร้างภาพ “นักธุรกิจการกุศล” อย่างแนบเนียน


    รัฐบาลกัมพูชายังมอบบรรดาศักดิ์ขุนนาง “เนียก โอ๊กญา” (Neak Oknha) ให้เฉินจื้อ ดันให้เขาเข้าสู่วงในชั้นสูงสุดอย่างเต็มตัว


    เครือข่ายฉ้อโกงที่ซ่อนอยู่หลังภาพลักษณ์หรูหรา


    แต่เมื่อเปิดเปลือกที่ฉาบไว้สวยงาม ภายในเต็มไปด้วยอาชญากรรม “อุทยานอุตสาหกรรมเทคโนโลยี” ที่เครือไท่จื่อตั้งในเมืองสีหนุวิลล์ แท้จริงคือ “คุกหลอกลวง” ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม


    มีคนจำนวนหลายพันคนถูกหลอกล่อด้วยประกาศรับสมัครงานปลอม เมื่อมาถึงก็ถูกยึดพาสปอร์ต บังคับให้ทำงานวันละ 16 ชั่วโมงเพื่อก่ออาชญากรรม “ฆ่าหมู” (杀猪盘) หรือการหลอกให้เหยื่อตกหลุมรักก่อนชวนลงทุนหลอก


    จากการสอบสวน เฉพาะ 2 จุดเท่านั้น พบโทรศัพท์มือถือ 1,250 เครื่อง ควบคุมบัญชีโซเชียลมีเดียถึง 76,000 บัญชี ในช่วงพีคสามารถหลอกเงินได้ถึงวันละ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,000 ล้านบาท)


    ส่วน Jin Bei Casino ในกรุงพนมเปญยิ่งโหดร้ายกว่า เป็นศูนย์กลางขบวนการฉ้อโกงที่กักขังเหยื่อแรงงานบังคับจำนวนมากภายใต้ฉากบังหน้าเป็นกาสิโน


    เปลี่ยนเงินสกปรกเป็นบิตคอยน์ คิดว่าซ่อนจาก FBI ได้


    เฉินจื้อนำเงินจากการฉ้อโกงเกือบทั้งหมดไปแปลงเป็นบิตคอยน์ เพราะเชื่อว่าความนิรนามของสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์จะปกปิดทุกอย่างได้ ทั้งติดตามเส้นทางการเงินไม่ได้ และยึดทรัพย์ไม่ได้


    แต่ต้นปี 2024 ตำรวจไทยจับกุมผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของเครือไท่จื่อในกรุงเทพฯ ผู้บริหารคนนี้ยอมให้การเพื่อแลกกับการลดโทษ เปิดโปงข้อมูลภายในทั้งหมด รวมถึงตำแหน่งคอมพิวเตอร์ที่เก็บกุญแจส่วนตัว (private key) ของเฉินจื้อ


    FBI สหรัฐฯ ร่วมมือกับตำรวจไทยทันที ใช้เทคนิคทางเทคโนโลยีเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์เครื่องสำคัญนี้สำเร็จ และได้กุญแจส่วนตัวทั้งหมด ในชั่วพริบตา บิตคอยน์ 127,271 เหรียญที่อยู่ในชื่อเฉินจื้อก็หลุดมือเขาไปทั้งหมด


    อังกฤษ-สหรัฐฯ จับมือคว่ำบาตร ยึดคฤหาสน์ลอนดอน


    ในปฏิบัติการร่วมกันนี้ บริษัทของเฉินจื้อยังถูกสหรัฐฯ และอังกฤษคว่ำบาตร โดยรัฐบาลอังกฤษระบุว่าได้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของเฉินจื้อ รวมถึงคฤหาสน์ 19 หลังในกรุงลอนดอน ซึ่งหลังหนึ่งมีมูลค่าเกือบ 100 ล้านปอนด์ (133 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)


    ปัจจุบันเฉินจื้อเป็นผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ไม่ทราบที่อยู่ ขณะที่เครือไท่จื่อก็ถือสองบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง


    ชาวจีนเดือด! ประชดรางวัล “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ของเฉินจื้อ


    หลังคดีฉ้อโกงของเฉินจื้อระเบิดออกมา ชาวเน็ตจีนบนแพลตฟอร์ม Weibo, Zhihu และ X (Twitter) ต่างพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางและรุนแรง โดยเฉพาะประเด็นรางวัล “องค์กรต้นแบบความรับผิดชอบต่อสังคม” (企业社会责任典范奖) ที่เฉินจื้อได้รับจาก China Financial Summit ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน


    ความรู้สึกหลักของชาวจีนแบ่งออกเป็น 3 กระแส คือ ความรู้สึกถูกหลอกและโกรธเคือง ที่สื่อและระบบรัฐเคยยกย่องเขาเป็น “แบบอย่างนักธุรกิจจีน” แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นหัวหน้าเครือข่ายสแกม การประชดประชันระบบ ด้วยการนำรางวัลเก่า ๆ มาเปรียบเทียบกับคดีปัจจุบัน และ ความอับอายและผิดหวัง ที่ภาพลักษณ์ของ “นักธุรกิจจีนโพ้นทะเล” เสียหายหนัก


    คอมเมนต์เด่น ๆ จากชาวจีน อาทิ:


    “ถ้าไม่ใช่เพราะสหรัฐฯ ฟ้องร้อง ฉันคงไม่รู้เลยว่า คนที่ได้รางวัล ‘สังคมรับผิดชอบดีเด่น’ คือหัวหน้าเครือข่ายสแกม”


    “ก่อนหน้านี้สื่อยังยกย่องว่าเขาเป็น ‘青年才俊’ (หนุ่มไฟแรง) และ ‘慈善家’ (นักการกุศล) ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าเครือข่ายฆ่าหมู (杀猪盘)”


    “รางวัล ‘企业社会责任典范奖’ ควรเปลี่ยนชื่อเป็น ‘诈骗典范奖’ (รางวัลสแกมดีเด่น) ไปเลย”


    “รัฐบาลและสื่อยกย่องคนแบบนี้ แล้วเราจะเชื่ออะไรได้อีก?”


    “นี่แหละตัวอย่างที่ดีที่สุดของ ‘先富带动后富’ (คนรวยพาคนจนให้รวยตาม)” ← ประชดแบบเจ็บแสบมาก เพราะคำนี้คือสโลแกนของเติ้งเสี่ยวผิงที่ใช้ปลุกระดมการปฏิรูปเปิดประเทศ


    โดยรวมแล้ว ชาวจีนใช้เรื่องนี้เป็น เครื่องมือประชดระบบ ว่าระบบการยกย่องนักธุรกิจในจีน “มองเห็นแต่เงินและภาพลักษณ์” แต่ไม่เห็นความจริงเบื้องหลัง สะท้อนความล้มเหลวของกลไกตรวจสอบและความน่าเชื่อถือของสื่อกระแสหลักจีน


    คำถามที่ต้องตอบ ใครคือผู้มอบรางวัลให้นักฉ้อโกง?


    เวทีสุดยอดผู้นำการเงินจีน (China Financial Summit) ที่มอบรางวัล “องค์กรต้นแบบความรับผิดชอบต่อสังคม” ให้เครือไท่จื่อ 2 ปีซ้อน ถูกจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2022 ในงานครั้งที่ 11 มีผู้นำการเมือง-ธุรกิจ นักวิชาการ และตัวแทนสื่อเข้าร่วมกว่า 1,000 คน วิทยากรกว่า 200 คน และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมรายงานกว่า 300 สำนัก


    จนถึงปีนี้ เมื่อเครือไท่จื่อขยายธุรกิจในเซี่ยงไฮ้ ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยออกมาสนับสนุนและยกย่อง


    คำถามคือ ระบบที่มอบรางวัล “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ให้กับเครือข่ายค้ามนุษย์และฉ้อโกงระดับโลก สะท้อนอะไรเกี่ยวกับมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมของวงการธุรกิจจีน?


    ที่มา: Sing Tao Headline (星岛头条), 财报网, Weibo, Zhihu, X

    https://www.facebook.com/share/p/18Z9nDqhvR/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #EDITORIAL เมื่อทุนญี่ปุ่นที่เคยเป็นผู้สร้างรากฐานเศรษฐกิจของไทย ทั้งให้ความรู้ สร้างโอกาส สร้างตลาด กำลังโบกมือลาถอยทัพ เพราะไทยอิ่มตัวแล้วกับการพัฒนาของญี่ปุ่น ต่างจากจีนกำลังโหมกระหน่ำเข้าไทยที่มาพร้อมเงิน คนงาน และซัพพลายเชน "ระบบปิด" ของตัวเอง โดยที่ไทยไร้แรงต้านทาน
    .
    ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ธงของโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน ปักหลักอยู่บนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมไทยอย่างมั่นคง จนได้รับสมญาว่า "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย" ด้วยทุนญี่ปุ่นที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่ยุคข้อตกลงพลาซา (Plaza Accord) ปี 1985 และช่วยสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอันซับซ้อนแก่ประเทศไทย
    .
    แต่บัดนี้ ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่ใครคาดคิด
    .
    ปี 2023 กลายเป็นจุดพลิกผันทางประวัติศาสตร์ เมื่อข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า จีนได้ก้าวขึ้นเป็นนักลงทุนโดยตรงต่างชาติ (FDI) อันดับ 1 ของไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.59 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 24% ของ FDI ทั้งหมด ทิ้งห่างญี่ปุ่นซึ่งตกลงมาอยู่ที่ราว 7.9 หมื่นล้านบาท
    .
    ขณะที่ในปี 2024 มูลค่า FDI รวมของไทยพุ่งขึ้นแตะ 1.14 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบสิบปี โดยจีนยังคงครองอันดับ 2 ของแหล่ง FDI ด้วยมูลค่า 1.746 แสนล้านบาทจาก 810 โครงการ แม้สิงคโปร์ซึ่งเป็นฐานของบริษัทจีนและอเมริกันหลายแห่งขึ้นครองอันดับ 1 ในปีนั้น
    .
    ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่การสลับลำดับตัวเลขทางสถิติ หากแต่เป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ซึ่งนำมาทั้งโอกาสอันมหึมาและความเสี่ยงที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน
    .
    ทำไมทุนญี่ปุ่นถึงชะลอตัว?
    .
    ประการแรกคือ กับดักเทคโนโลยีเดิม (Innovator's Dilemma) ญี่ปุ่นคือเจ้าตลาดรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) และไฮบริดมาอย่างยาวนาน การครองตลาดยานยนต์ไทยมากกว่า 75–90% มาตลอดหลายทศวรรษ สร้างทั้งความมั่งคั่งและความเฉื่อยชา เมื่อโลกเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ค่ายรถญี่ปุ่นพบว่าตนเองติดอยู่กับห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปที่ใหญ่โตมหาศาล
    .
    การขยับตัวช้าทำให้พวกเขาสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันของตลาด EV อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ Suzuki Motor Thailand ประกาศปิดโรงงานในไทยภายในสิ้นปี 2025 โดยอ้างยอดขายที่ร่วงลงจากการแข่งขันของ EV จีน และ Subaru ประกาศหยุดประกอบรถในไทยปี 2024 หลังขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน
    .
    ประการที่สองคือ วิกฤตค่าเงินและโครงสร้างประชากร เมื่อค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของญี่ปุ่น ทำให้ต้นทุนการนำทุนออกมาลงทุนในต่างประเทศสูงขึ้นอย่างมาก บริษัทญี่ปุ่นต้องแบกภาระต้นทุนแรงงานในประเทศที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งกำไรกลับบ้านมีมูลค่าลดลงเมื่อวัดด้วยค่าเงินดอลลาร์
    ประการที่สามคือ วงจรการลงทุนที่อิ่มตัว คือประเด็นที่สำคัญที่สุด การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยอยู่ในช่วงอิ่มตัวอย่างแท้จริง โรงงานส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุค 1980–1990 แล้ว การลงทุนใหม่ในปัจจุบันมักเป็นเพียง "การขยายการลงทุนเดิม" (Reinvestment) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและนำระบบอัตโนมัติมาใช้ มากกว่าการทุ่มเม็ดเงินตั้งฐานการผลิตใหม่ขนาดใหญ่ (Greenfield Investment) อีกต่อไป
    .
    ทุกสิ่งเอื้อทุนจีนหลั่งไหลเข้าสู่ไทย
    .
    อย่างที่ทราบกันคือจีนมียุทธศาสตร์ "China Plus One" และสงครามการค้า แรงผลักดันจากในประเทศจีนมีน้ำหนักมากพอๆ กับแรงดึงดูดจากไทย สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2018 และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้บีบให้บริษัทจีนต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการย้ายฐานการผลิตออกมายังภูมิภาค "China Plus One" ไทยซึ่งมีข้อตกลงการค้าเสรีและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม กลายเป็นจุดหมายหลักของการกระจายการผลิตนี้
    .
    ขณะที่รัฐบาลไทยเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญไม่แพ้กัน ผ่านมาตรการ EV 3.0 ที่เริ่มปี 2022 ซึ่งให้เงินอุดหนุนสูงถึง 150,000 บาทต่อคันสำหรับผู้ซื้อ EV บวกกับมาตรการลดภาษีนำเข้า โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ผลิตต้องตั้งโรงงานผลิตชดเชยในไทยภายในเวลาที่กำหนด นโยบายนี้ดึงดูดค่ายรถจีนให้ใช้ไทยเป็นฐานเจาะตลาดอาเซียนได้สำเร็จ
    .
    โดยในปี 2023 ยอดจดทะเบียน BEV พุ่งสูงถึง 75,715 คัน เพิ่มขึ้น 524% ต่อปีในช่วง 2021–2023 และในปี 2024 แบรนด์จีนอย่าง BYD, MG และ NETA ครองส่วนแบ่งตลาด EV ถึง 89% (ม.ค.–เม.ย. 2024)
    .
    BYD เปิดโรงงานที่ระยองเดือนกรกฎาคม 2024 ด้วยกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี ขณะที่แบรนด์จีนโดยรวมมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไทยเพิ่มจาก 4% ในปี 2021 เป็นกว่า 21% ในปี 2025
    .
    และการมาของเส้นทางรถไฟจีน–ลาวที่เปิดใช้เมื่อเดือนธันวาคม 2021 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เปลี่ยนเกม เส้นทาง 1,035 กิโลเมตรจากคุนหมิงถึงเวียงจันทน์ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดทั้งเวลาและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างจีนตอนใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลงอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    ในปี 2024 ปริมาณขนส่งสินค้าทางรถไฟนี้เพิ่มขึ้น 22.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมูลค่าสินค้าที่ขนส่งพุ่งขึ้นถึง 56% สู่ระดับ 12.38 พันล้านหยวน นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคม 2024 ไทยยังเปิดบริการรถไฟข้ามพรมแดนกรุงเทพ–เวียงจันทน์ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางจีน–ลาวด้วย
    .
    และแม้ว่าจีนจะมีขนาดตลาดที่ใหญ่โต มีกำลังซื้อมากว่า 1,400 ล้านคน แต่จีนเองก็เผชิญกับภาวะกำลังการผลิตล้นตลาดของจีน (Overcapacity)
    .
    บริษัทจีนยังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศจากปัญหา Overcapacity ในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ EV และอิเล็กทรอนิกส์ การส่งออกทุนและกำลังการผลิตมายังไทยจึงเป็นทั้งการหาตลาดใหม่และการระบายแรงดันภายใน
    .
    ด้วยปัจจัยเอื้อและปัจจัยบังคับเหล่านี้ทำให้ทุนจีนไหลทะลักเข้าไทยแบบไม่พักอย่างที่เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้
    .
    เติบโตร่วมกันแบบญี่ปุ่นหายไป แทนด้วยระบบปิดกินรวบแบบจีน
    .
    ในอดีต โมเดลการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยเป็นแบบ "ถ่ายทอดความรู้และเติบโตร่วมกัน" บริษัทญี่ปุ่นค่อยๆ สร้างเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier 2/3 ชาวไทยให้เติบโตไปด้วย โดยนิสสันเป็นรายแรกที่เข้ามาผลิตในไทยตั้งแต่ปี 1962 ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทครอบครัวชาวไทยกว่าหนึ่งพันรายเติบโตขึ้นมาจากระบบนิเวศนี้
    .
    นอกจากนี้ โมเดลญี่ปุ่นยังเน้นการจ้างงานระยะยาว (Lifetime Employment) และการฝึกอบรมพนักงานอย่างเป็นระบบ ทำให้ทักษะแรงงานไทยในภาคอุตสาหกรรมพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    ตรงกันข้ามกับทุนจีนที่ใช้โมเดล "ระบบปิด" ที่กินรวบห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งการหลั่งไหลเข้ามาในรอบนี้ทำงานต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อตั้งโรงงานในไทย บริษัทจีนมักดึงซัพพลายเออร์จากเครือข่ายของตนในจีนตามมาด้วยทั้งระบบ สิ่งที่มักเรียกกันว่า "Closed Loop" หรือ "Vertical Integration" ทำให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกระจายออกสู่ชุมชนธุรกิจไทยได้น้อยมาก
    .
    ในด้านแรงงาน แม้ตัวเลขการจ้างงานจะดูดี เช่น BYD จ้างพนักงานไทยถึง 5,900 คน และมีแผนปรับสัดส่วนพนักงานไทยเป็น 95% ภายในปี 2026
    .
    แต่วัฒนธรรมการทำงานแบบ "996" คือ ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งนำมาจากจีน สร้างแรงกดดันต่อแรงงานไทยอย่างมาก นอกจากนี้ ตำแหน่งบริหารระดับกลางและสูงมักถูกสงวนไว้สำหรับชาวจีน ทำให้พนักงานไทยขาดโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ แตกต่างจากญี่ปุ่นที่เปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความสามารถ ขึ้นมารั้งตำแหน่งบริหารในองค์กรได้ ซึ่งถือว่ามีความเป็นสากลกว่า
    .
    การถดถอยของธุรกิจญี่ปุ่นไม่ได้ส่งผลเพียงแค่กับแดนซามูไร แต่ลามไปถึงการพังทลายของห่วงโซ่ SME ยานยนต์ไทย นี่คือผลกระทบที่เจ็บปวดที่สุด
    .
    ประธานสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) นายสมพล ตนะดุลยสถาพร ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการ SME เผชิญอยู่นี้ "เลวร้ายกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 และโควิด-19" โดยกล่าวอีกว่า
    .
    "หาก SME ชิ้นส่วนยานยนต์ปิดตัวลงในวันนี้ พวกเขาจะไม่กลับมาอีก" ตั้งแต่โรงงาน BYD ในระยองเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2024 บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยอย่างน้อยหนึ่งโหลได้ปิดตัวลงแล้ว
    .
    ในภาพรวมอุตสาหกรรม ปริมาณการผลิตรถยนต์ไทยลดลง 320,000 คันในปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2023 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศหดตัว 7% ในไตรมาสแรกของปี 2025 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กไทยอยู่ที่เพียง 29.3% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2024 ลดลงจาก 32.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
    .
    ภาคธุรกิจได้ส่งสัญญาณเตือนผ่านการเคลื่อนไหวของ 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ยื่นข้อเสนอฉุกเฉินต่อรัฐบาล เรียกร้องให้มีมาตรการปกป้องผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทาน
    .
    โรงงานไทยปิดตัวกว่า 100 แห่งต่อเดือน ภัย "ทุนจีนเทา" แทรกซึม
    .
    สัญญาณเตือนที่น่าวิตกที่สุดคือ นับตั้งแต่ปี 2021 ประเทศไทยสูญเสียโรงงานเฉลี่ยกว่า 100 แห่งต่อเดือน SME ในหลายอุตสาหกรรมทั้งเฟอร์นิเจอร์ เหล็ก เครื่องนุ่งห่ม และอิเล็กทรอนิกส์ กำลังเผชิญแรงกดดันจากสินค้านำเข้าจีนราคาถูก ขณะที่ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ระบุว่าปัจจุบันมีสมาชิกสภาอุตสาหกรรมไม่ถึงครึ่งเท่านั้นที่สามารถปรับตัวไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงได้ ส่วนใหญ่ซึ่งเป็น SME ยังไม่สามารถทำได้
    .
    การเข้ามาของทุนจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในนิคมอุตสาหกรรม แต่ได้แทรกซึมเข้าสู่เศรษฐกิจฐานรากผ่านระบบ "นอมินี" หรือการให้คนไทยถือหุ้นบังหน้า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบการใช้เครือข่ายนอมินีอย่างกว้างขวางใน 6 จังหวัดเศรษฐกิจและท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต รูปแบบที่พบมากที่สุดคือการใช้พนักงานบริษัทรับทำบัญชีหรือเครือญาติเข้านั่งเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นสัดส่วน 51% ตามกฎหมาย แต่รวบอำนาจบริหารและผลกำไรไว้ที่กลุ่มทุนต่างชาติทั้งหมด ธุรกิจที่ถูกกลืนกินครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงเต็นท์รถมือสอง
    .
    สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยออกมาเตือนถึงภัยร้ายของ "ทุนสีเทา" ว่าเงินเหล่านี้เมื่อไหลเข้าสู่ระบบจะทำให้เกิดการกว้านซื้อกิจการและขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน ทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องไม่สามารถแข่งขันได้
    .
    ปรากฏการณ์ "ระบบปิด" ยังขยายวงเกินกว่าภาคการผลิต สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่ากลุ่มทุนจีนได้เริ่มตั้งคลังสินค้าขนาดใหญ่และเปิดกิจการขนส่งสินค้าด้วยตนเอง โดยนำรถบรรทุกจากจีนเข้ามาวิ่งขนส่งสินค้าจีนผ่านบริษัทนอมินี ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งชาวไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างหนัก
    .
    นอกจากนี้ ยังมีรายงานการแพร่ระบาดของรูปแบบ "ทุนจีน 0 เหรียญ" ในธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ต ซึ่งกลุ่มทุนจีนใช้วิธีจัดงานเอง นำศิลปินมาเอง และใช้ซัพพลายเออร์เครือข่ายของตนทั้งหมด กำไรจากการขายบัตรและสปอนเซอร์จึงถูกโอนกลับประเทศต้นทางเกือบทั้งหมด
    .
    นอกจากนี้ หากเศรษฐกิจจีนสะดุดหรือนโยบายการลงทุนต่างประเทศของจีนเปลี่ยนแปลง ผลกระทบจะส่งตรงถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    .
    อีกทั้งจีนไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการไทย นี่จะนำมาซึ่งความเสี่ยงจากการขาดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี
    .
    ในช่วง 7 ปี (2561–2567) ทุนจีนขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 7.7 แสนล้านบาท แต่เม็ดเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่กระจุกอยู่กับผู้ผลิตจากจีนด้วยกันเอง การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่คนไทยจึงเกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับยุคทุนญี่ปุ่น หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ไทยจะลดสถานะจาก "หุ้นส่วนการผลิต" กลายเป็นเพียง "พื้นที่ให้เช่าประกอบสินค้า" ที่ไม่ได้รับประโยชน์เชิงเทคโนโลยีระยะยาว
    .
    การมาของทุนจีนเปรียบเสมือน "ยาแรง" ที่ช่วยพยุงตัวเลขเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น แต่ยาแรงโดยไม่มีการวินิจฉัยที่ดีย่อมให้ผลร้ายในระยะยาว ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางสองแพร่ง ระหว่างการกลายเป็นฐานการผลิตแห่งอนาคต กับการเป็นเพียงสมรภูมิระบายสินค้าและหลบเลี่ยงภาษี
    .
    เพื่อให้ความมั่งคั่งที่ไหลเข้ามาตกอยู่กับคนไทยจริงๆ รัฐบาลและภาคเอกชนต้องเร่งดำเนินการใน 4 แนวทางหลัก:
    .
    1. บังคับใช้ Local Content Ratio อย่างจริงจัง กำหนดสัดส่วนขั้นต่ำที่ชัดเจนให้ต้องใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนจากผู้ผลิตชาวไทย และมีกลไกตรวจสอบที่มีฟัน
    .
    2. กวาดล้างนอมินีและทุนสีเทา บังคับใช้กฎหมายธุรกิจต่างด้าวอย่างเข้มงวด ตัดตอนเครือข่ายการฟอกเงินและการแย่งอาชีพคนไทย
    .
    3. บังคับให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ตั้งเงื่อนไขชัดเจนให้การลงทุนต้องมาพร้อมกับโปรแกรม Upskilling สำหรับแรงงานและวิศวกรไทย
    .
    4. ยกระดับ SME ไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน EV ใหม่ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยที่เคยพึ่งพาชิ้นส่วน ICE ปรับตัวเข้าสู่ชิ้นส่วน EV เช่น ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์ยานยนต์
    .
    การเปลี่ยนผ่านจากทุนญี่ปุ่นสู่ทุนจีนในเศรษฐกิจไทยคือความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าไทยจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตนเองในกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้ หรือจะปล่อยให้เป็นเพียงกระดานหมากรุกของยักษ์ใหญ่ภูมิรัฐศาสตร์ อยู่ที่ความกล้าหาญและความฉลาดในการบริหารนโยบายของรัฐบาล และความสามารถในการปรับตัวของภาคเอกชนไทยในช่วงเวลาอันสำคัญนี้

    https://www.facebook.com/share/p/1Nx8PFRyYq/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดรนยูเครนถล่มหนัก! “เดือนนรก” ของอุตสาหกรรมน้ำมันรัสเซีย โจมตีโรงกลั่น 10 แห่งในเดือนเดียว 6 แห่งต้องปิด


    ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา โดรนพิสัยไกลของยูเครนได้กลับมาเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันของรัสเซียถูกโจมตีไปแล้วถึง 10 แห่งภายในเดือนเดียว และมี 6 แห่งที่ต้องหยุดดำเนินการ ทั้งที่ยังไม่สิ้นเดือน


    ปูตินกลับจากปักกิ่งมือเปล่า สี จิ้นผิงไม่รับซื้อก๊าซ “Power of Siberia 2”


    การเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระหว่างวันที่ 19–20 พฤษภาคม จบลงด้วยความผิดหวัง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามข้อตกลงทางการค้ามากกว่า 20 ฉบับ แต่โครงการสำคัญที่ปูตินหวังจะปิดดีลให้ได้อย่างโครงการท่อก๊าซ Power of Siberia 2 กลับไม่เกิดขึ้น


    ปัญหาหลักอยู่ที่ “ราคา” ฝ่ายจีนต้องการให้รัสเซียขายก๊าซในราคาเดียวกับที่รัสเซียขายภายในประเทศ ขณะที่รัสเซียยืนยันต้องขายในราคาตลาดต่างประเทศ ซึ่งเทียบเท่าราคาที่เคยขายให้ยุโรป เนื่องจากรัสเซียกำลังพยายามเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกก๊าซจากยุโรปมายังจีน


    อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้จีนยังไม่ตัดสินใจ คือจีนไม่ต้องการพึ่งพารัสเซียเพียงประเทศเดียวในด้านพลังงาน เพราะหากเกิดความขัดแย้งในอนาคต จีนจะตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ


    เดือนนรกของรัสเซีย ทหารสูญเสียทะลุ 35,000 นายต่อเดือน


    นอกจากความล้มเหลวทางการทูตแล้ว สถานการณ์ในสนามรบของรัสเซียยังย่ำแย่ลงเรื่อยๆ โดยในเดือนมีนาคมและเมษายน รัสเซียสูญเสียทหารเดือนละ 35,000 นายติดต่อกัน และหากอัตราการสูญเสียยังอยู่ที่ระดับวันละกว่า 1,000 นายต่อไป เมื่อสิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ ตัวเลขความสูญเสียอาจทะลุ 100,000 นาย


    ตั้งแต่เริ่มสงครามในปี 2022 ตัวเลขความสูญเสียทั้งหมดของรัสเซียทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตอาจสูงถึง 1.4 ล้านนาย โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตจริงประมาณการอยู่ที่หลักแสนถึง 2-3 แสนนาย


    ทหารเกณฑ์รุ่นใหม่ที่ถูกส่งเข้าสู่สนามรบมีโอกาสบาดเจ็บหรือเสียชีวิตสูงถึง 80% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการโจมตีของโดรนยูเครนที่มีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล สถานการณ์เช่นนี้ทำให้แรงจูงใจในการเกณฑ์ทหารใหม่ลดน้อยลงอย่างมาก


    17 พฤษภาคม โดรนกว่า 500 ลำถล่มกรุงมอสโก


    เหตุการณ์ครั้งสำคัญที่สุดของเดือนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม โดรนยูเครนมากกว่า 500 ลำพุ่งเป้าโจมตีกรุงมอสโก ซึ่งทำให้โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในมอสโกที่มีกำลังการผลิต 17 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 5% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของรัสเซีย ต้องปิดตัวลง


    ก่อนหน้านี้มีช่วงพักการโจมตีเพียง 3 วัน คือวันที่ 9–11 พฤษภาคม เนื่องจากเป็นช่วงเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของรัสเซีย แต่หลังจากที่ปูตินยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 1,500 ลำในเวลา 36 ชั่วโมง โดรนของยูเครนจึงกลับมาตอบโต้อีกครั้งอย่างหนักหน่วง


    ไทม์ไลน์การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย เดือนพฤษภาคม 2026


    ▪️ 1 พฤษภาคม – โจมตีโรงกลั่นน้ำมันตัวอัพเซ ในภูมิภาคครัสโนดาร์ริมทะเลดำ ต้องหยุดดำเนินการ
    ▪️ 3 พฤษภาคม – โจมตีสถานีขนส่งน้ำมันทรานส์เนฟต์ ในเมืองเปริง เขตเลนินกราด ได้รับความเสียหาย
    ▪️ 4 พฤษภาคม – โจมตีโรงกลั่นคูอิบีเชฟ ในเมืองซามารา ต้องปิดทำการบางส่วน
    ▪️ 5 พฤษภาคม – โจมตีโรงกลั่นน้ำมันคิริชี ในเลนินกราด ปิดทำการ
    ▪️ 7 พฤษภาคม – โจมตีโรงกลั่นน้ำมันลุกออยล์ ในเมืองเปริง ต้องหยุดดำเนินการ
    ▪️ 8 พฤษภาคม – ถล่มโรงกลั่นน้ำมันยาโรสลาฟ ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว
    ▪️ 13 พฤษภาคม – หลังพักการโจมตี 3 วัน กลับมาโจมตีสถานีขนถ่ายน้ำมันทามาน เนฟเตการ์ด ในเขตครัสโนดาร์
    ▪️ 15 พฤษภาคม – ถล่มโรงกลั่นเรียซาน ในเมืองเรียซาน ต้องปิดทำการชั่วคราว
    ▪️ 17 พฤษภาคม – การโจมตีโดรนครั้งใหญ่ที่กรุงมอสโก ถล่มโรงกลั่นน้ำมันมอสโก ต้องหยุดดำเนินการ
    ▪️ 18 และ 20 พฤษภาคม – โจมตีต่อเนื่อง 2 ครั้งที่โรงกลั่นลุกออยล์-นิจนีนอฟโกรอด ได้รับความเสียหายจนต้องปิดตัวลง


    ล่าสุด 20 พฤษภาคม โรงกลั่น NORSI ความจุ 17 ล้านตัน/ปี ถูกถล่ม


    การโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคม กองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนได้ยืนยันการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันลุกออยล์-NORSI ในเมืองนิจนีนอฟโกรอด รวมถึงสถานีสูบน้ำมัน Vtorovo-3 ในหมู่บ้านบรานชูยี เขตยาโรสลาฟล์


    โรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการผลิต 17 ล้านตันต่อปี ถือเป็น 1 ใน 5 โรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย โดยมีการยืนยันเบื้องต้นว่า ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ 4 ถัง ความจุรวม 140,000 ลูกบาศก์เมตร (ประมาณ 4.9 ล้านลูกบาศก์ฟุต) ได้รับความเสียหาย


    นับเป็นการที่โรงกลั่นขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ของรัสเซียถูกโจมตีและต้องปิดตัวลงพร้อมกันถึง 2 แห่งภายในสัปดาห์เดียว


    สหรัฐผ่อนผันคว่ำบาตรเพิ่ม 1 เดือน รัสเซียยังมีเงินทำสงครามต่อ


    แม้โรงกลั่นและคลังน้ำมันของรัสเซียจะถูกโจมตีอย่างหนักตลอดเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงผิดปกติจากวิกฤตน้ำมัน กลับช่วยชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการโจมตี ทำให้รัสเซียยังคงสามารถสร้างรายได้จากการขายน้ำมันได้เป็นกอบเป็นกำ ส่งผลให้ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียแข็งค่ามากที่สุดในโลกในขณะนี้


    ขณะเดียวกัน การที่สหรัฐผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียออกไปอีก 1 เดือน จะเปิดทางให้ปูตินขายน้ำมันได้มากขึ้น และนำเงินมาใช้ในการทำสงครามต่อไป


    ภารกิจของยูเครน ตัดวงจรเงินทุนสงครามของรัสเซีย


    นี่จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของยูเครนที่ต้องระดมโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียที่เหลืออยู่ให้มากขึ้น เพื่อตัดวงจรเงินทุนของสงคราม เพราะยิ่งรัสเซียขายน้ำมันได้มากเท่าใด ก็ยิ่งมีทุนมาทำสงครามต่อมากเท่านั้น


    วันที่ 21 พฤษภาคม ยังไม่สิ้นเดือนดี โอกาสที่โรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียจะถูกโจมตีอีกครั้งจึงยังคงมีความเป็นไปได้สูงมาก


    แหล่งข้อมูล: M Channel (@mingmin_ch)

    https://www.facebook.com/share/p/1BLLKycNFG/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “เดือดกลางทำเนียบขาว!” วงในแฉ! ทรัมป์ปะทะ เจ.ดี. แวนซ์ ปมอิหร่าน โดยทรัมป์ต้องการเดินหน้าต่อไป แต่แวนซ์อยากพอแค่นี้

    มีรายงานว่าเกิดการโต้เถียงอย่างดุเดือดภายในทำเนียบขาว ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) เกี่ยวกับแนวทางการเจรจา

    ตามรายงานของสื่ออิสราเอล Israel Hayom ระบุว่า การปะทะคารมดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมระดับสูงของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหารือเกี่ยวกับอนาคตของการเจรจากับกรุงเตหะราน

    จากรายงานของสื่อระบุว่า ทรัมป์กล่าวหาแวนซ์และคณะผู้แทนสำคัญ ว่ากำลังเปิดโอกาสให้อิหร่าน “ซื้อเวลา” และบ่อนทำลายภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของสหรัฐฯ

    ด้านแวนซ์โต้กลับไม่ลดละ โดยยืนยันว่า วอชิงตันควรให้ความสำคัญกับการยุติความขัดแย้ง นำทหารอเมริกันกลับประเทศ ลดราคาน้ำมัน และหันมาโฟกัสปัญหาภายในประเทศมากกว่า

    รายงานยังอ้างว่า สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steve Witkoff) และจาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) สนับสนุนจุดยืนของแวนซ์ หลังจากมีการหารือกับผู้นำประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดสงครามรอบใหม่ในภูมิภาคอีกครั้ง

    https://www.facebook.com/share/p/1D4tFdgckh/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Arnaud Bertrand โพสต์ว่า:
    บทความที่น่าสนใจอีกชิ้นจากเพื่อนของผม Keji Mao ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในนักวิชาการภูมิรัฐศาสตร์จีนที่กระตุ้นความคิดมากที่สุด:
    The Wire article by Keji Mao
    https://thewire.in/diplomacy/chess-piece-to-blood-bag-what-trump-xi-summit-could-spell-for-india

    เขาพูดถึง “ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะย้อนแย้ง” ซึ่งผมรู้ว่าหลายคนกำลังสับสนอยู่:
    ถ้าสหรัฐฯ และจีนกำลังเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายความตึงเครียด (detente) จริง แล้วทำไมสหรัฐฯ ยังขายเรื่อง “ภัยคุกคามจากจีน” ให้กับประเทศอย่าง อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้อยู่?

    เนื้อหาหลักของ Mao คือ:
    ตอนนี้สหรัฐฯ เข้าใจแล้วว่าตนไม่สามารถ “สกัด” หรือ “กด” จีนได้อีกต่อไป เกมนั้นจบแล้ว แต่ “วาทกรรมภัยคุกคามจากจีน” ยังคงทำกำไรมหาศาล

    การทำให้พันธมิตรรู้สึกหวาดกลัว หมายถึงการทำให้พวกเขายังคงซื้ออาวุธ พลังงาน และเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ต่อไป

    ภัยคุกคามจากจีนจึงเปลี่ยนจาก “หลักนิยมทางยุทธศาสตร์” ไปเป็น “เครื่องมือรักษาตลาด” หรืออย่างที่ Mao พูดไว้ คือ จากการปฏิบัติต่อ “พันธมิตร” เหมือน “ตัวหมากบนกระดานหมากรุก” ไปสู่การปฏิบัติเหมือน “ถุงเลือด” (blood bags) — เหมือนถุงเลือดทางการแพทย์ที่ถูกดูดจนหมดแล้วก็ทิ้ง

    Mao ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอินเดีย และกำลังเขียนลงหนังสือพิมพ์อินเดีย เตือนว่า อินเดียมีความเปราะบางเป็นพิเศษ เพราะอำนาจต่อรองที่อินเดียเคยมีกับวอชิงตันแทบจะหายไปแล้ว

    สหรัฐฯ ต้องการอินเดียในช่วงที่ยังเชื่อว่าสามารถสกัดจีนได้ แต่ตอนนี้สหรัฐฯ ไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว ซึ่งหมายความว่า อินเดียเปลี่ยนจาก “ประเทศที่ถูกจีบ” ไปเป็น “ประเทศที่ถูกส่งใบแจ้งหนี้”

    วาทกรรมต่อต้านพลังงานหมุนเวียนของ โดนัลด์ ทรัมป์เช่นคำว่า “drill, baby, drill” หรือการเรียกพลังงานสีเขียวว่า “เรื่องหลอกลวง” ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

    มันไม่ได้เกี่ยวกับนโยบายพลังงานภายในประเทศจริง ๆ (เพราะพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นถึง 88% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ในสหรัฐฯ ปี 2025)

    แต่มันเกี่ยวกับการทำให้ประเทศอื่นยังต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากสหรัฐฯ ต่อไป

    โดยสรุป ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ทั้ง “ภัยคุกคามจากจีน” และ “พลังงานสีเขียวคือเรื่องหลอกลวง” ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูกนำไปปฏิบัติจริง

    พวกมันคือ “คำโฆษณาทางการขาย”

    เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้ทำตามวาทกรรมเหล่านั้นจริง ๆ — ภายในประเทศ สหรัฐฯ ติดตั้งพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และในทางภูมิรัฐศาสตร์ก็เดินหน้าสู่การผ่อนคลายความตึงเครียดกับปักกิ่ง

    วาทกรรมเหล่านี้มีอยู่เพื่อจุดประสงค์เดียว คือ เพื่อให้ “ใบแจ้งหนี้” ยังคงไหลต่อไปยังประเทศที่หลงเชื่อเรื่องเหล่านี้นั่นเอง
    https://www.facebook.com/share/p/1TMT8TatiG/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    NATO ควร “ชี้นำ” โดรนยูเครนโจมตีรัสเซีย – นายกรัฐมนตรีสวีเดนกล่าว

    Mark Rutte เลขาธิการ NATO และ Ulf Kristersson นายกรัฐมนตรีสวีเดน ร่วมแถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026

    นายกรัฐมนตรีสวีเดน Ulf Kristersson กล่าวว่า ประเทศสมาชิก NATO ควรช่วยยูเครน “ชี้นำ” การโจมตีด้วยโดรนของตน “ไปในทิศทางที่ถูกต้อง” พร้อมกล่าวโทษรัสเซียต่อกรณีที่โดรนยูเครนหลายลำรุกล้ำน่านฟ้าของกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ

    หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซียระบุในสัปดาห์นี้ว่า Latvia ได้อนุญาตให้ยูเครนใช้ดินแดนของตนสำหรับการโจมตีด้วยโดรนต่อรัสเซียที่อาจเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐบอลติกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเคียฟมีสิทธิเต็มที่ในการป้องกันตนเอง พร้อมเรียกร้องให้ควบคุมโดรนให้ดียิ่งขึ้น

    “ยูเครนต้องแม่นยำมากกว่านี้” รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Wladyslaw Kosiniak-Kamysz กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี โดยสะท้อนคำเตือนลักษณะเดียวกันจาก Estonia และ Finland

    เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคำกล่าวดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับ Mark Rutte นายกรัฐมนตรีสวีเดนกล่าวหารัสเซียว่าพยายาม “สร้างภาพว่าประเทศอื่นกำลังทำสิ่งที่ไม่ชอบธรรม”

    “เราไม่ควรเปิดพื้นที่ให้กับวาทกรรมของรัสเซียในเรื่องนี้ แต่ควรช่วยชาวยูเครนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยพวกเขาชี้นำการโจมตีไปยังทิศทางที่ถูกต้อง” Kristersson กล่าว

    “ผมเชื่ออย่างหนักแน่นว่าชาวยูเครน… แน่นอนว่าไม่ต้องการให้โดรนของพวกเขาไปตกในดินแดนของมิตรประเทศ” เขากล่าว พร้อมอ้างว่า “บางครั้งเป็นเรื่องของการรบกวนสัญญาณ (jamming) บางครั้งก็เป็นความผิดปกติรูปแบบอื่น”

    Mark Rutte ก็พยายามโยนความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์เหล่านี้ให้รัสเซียเช่นกัน ขณะตอบคำถามที่กล่าวหารัสเซียว่ารบกวนหรือเปลี่ยนเส้นทางโดรน ยูเครนละเมิดน่านฟ้า NATO ก็ “เพราะการโจมตีเต็มรูปแบบของรัสเซียต่อยูเครน และยูเครนจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง” เขากล่าวอย่างกว้าง ๆ

    ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดรนพิสัยไกลของยูเครนได้บินข้ามน่านฟ้ากลุ่มประเทศบอลติกและนอร์ดิกหลายครั้ง ระหว่างมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย โดยเฉพาะท่าเทียบส่งออกน้ำมันในภูมิภาค Leningrad Region

    ใน Estonia โดรนยูเครนที่ถูกกล่าวหาว่า “หลงทาง” ลำหนึ่งพุ่งชนปล่องโรงไฟฟ้าเมื่อปลายเดือนมีนาคม ขณะที่สัปดาห์นี้ เครื่องบินขับไล่ NATO แบบ F-16 ถูกส่งขึ้นสกัดโดรนอีกรายหนึ่ง

    Lithuania เผชิญการรุกล้ำน่านฟ้าจากโดรนที่ “ต้องสงสัยว่าเป็นของยูเครน” อย่างน้อย 4 ครั้ง ขณะที่ Finland และ Romania ก็รายงานเหตุการณ์คล้ายกันหลายครั้งเช่นกัน

    ใน Latvia ความล้มเหลวในการสกัดโดรนสองลำที่พุ่งชนคลังเก็บน้ำมันเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ทำให้รัฐมนตรีกลาโหมลาออก และท้ายที่สุดนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี Evika Silina

    การแจ้งเตือนโดรนอีกรอบเมื่อวันพฤหัสบดี ยังทำให้ NATO ต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบินตอบโต้

    มอสโกปฏิเสธความพยายามที่จะกล่าวโทษรัสเซียต่อกรณีโดรนยูเครนบินเข้าน่านฟ้า NATO โดยระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่ายูเครน “ไม่สามารถควบคุมปฏิบัติการโดรนพิสัยไกลของตนได้” หรือกำลังได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก NATO ที่อยู่ใกล้เคียง

    หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซียยังเตือนว่า การเป็นสมาชิก NATO จะไม่สามารถปกป้องประเทศที่ช่วยยูเครนเปิดการโจมตีต่อดินแดนรัสเซียได้
    อาร์ที

    https://www.facebook.com/share/p/1FBWxrzAmA/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อดีตเจ้าหน้าที่ CIA Philip Agee อธิบายว่าเหตุใด United States จึงทำสงครามทางเศรษฐกิจกับ Cuba มานานหลายทศวรรษ และพยายามบีบคั้นรวมถึงโค่นล้มระบบสังคมนิยมของคิวบา:

    “พวกเขารู้ว่า หากชาวคิวบาประสบความสำเร็จในการเป็นตัวอย่าง ว่าประเทศยากจนประเทศหนึ่งสามารถจัดให้มีการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกที่สามได้… นั่นเป็นตัวอย่างที่เลวร้ายมากสำหรับสหรัฐอเมริกา

    มีผู้คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ที่สามารถมองไปที่คิวบาแล้วพูดว่า ‘ว้าว ถ้าพวกเขาทำได้ด้วยรายได้ต่อหัวเพียง 2,000–2,500 ดอลลาร์ ขณะที่ของเราคือ 22,500 ดอลลาร์ต่อปี แล้วอะไรผิดปกติกับระบบของเรา? บางทีเราอาจควรพิจารณาทางเลือกอื่น’

    นั่นคือเหตุผลที่ Nicaragua ภายใต้รัฐบาลแซนดินิสตาต้องถูกทำลาย นั่นคือเหตุผลที่ Grenada ต้องถูกทำลาย

    เพราะขบวนการใดก็ตามที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยแนวคิดที่จะจัดสรรสิ่งต่าง ๆ ให้กับประชาชนทุกคน และหลุดพ้นจากการควบคุมของสหรัฐฯ และระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นั่นถือเป็นข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกา และสำหรับชนชั้นอำนาจและอิทธิพลระดับสูงของประเทศ”
    https://x.com/GUnderground_TV/status/2057478405772530027

    https://www.facebook.com/share/p/1F1GiMwX1B/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน !!! เวียดนามเอาจริงเตรียมประหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับพวกอีก 9 คน โดยให้การซักทอดผู้มีส่วนร่วมถึง จำนวนผู้ถูกเรียกตัวทั้งหมด 73 คนมีผู้เกี่ยวข้องและมีสิทธิหน้าที่มากกว่า 40 คนเข้าร่วมการพิจารณาคดี
    และเตรียมยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน ทั้งหมด
    .
    ฮานอย – ศาลประชาชนฮานอยเปิดการพิจารณาคดีชั้นต้นในวันพุธที่ผ่านมา โดยมีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เหงียน ถิ คิม เทียน และถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงพยาบาลบัคไมและโรงพยาบาลเวียดดึ๊กแห่งที่สองล่าช้าเป็นเวลานาน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้กว่า 803,000 ล้านดอง (31.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
    .
    จำเลยอีก 6 คนเผชิญข้อกล่าวหาเดียวกัน รวมถึง เหงียน คิม จุง อดีตรองผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารโครงการทางการแพทย์ขนาดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข; เจิ่น วัน ซินห์ อดีตรองผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารโครงการก่อสร้างเฉพาะทาง กระทรวง และอดีตหัวหน้าฝ่ายประเมินทางเทคนิคและต้นทุน; และ ดาโอ ซวน ซินห์ กรรมการบริษัท เอสเอชที คอนซัลติ้ง อินเวสต์เมนต์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
    .
    เหงียน โดอัน ตู ผู้รับผิดชอบในการให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 นางเหงียน ถิ คิม เทียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้อนุมัติโครงการทั้งสองโครงการ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการอนุญาตให้เกิดการละเมิดดังกล่าวขึ้น

    #beemnews

    อ้างอิง
    https://english.vov.vn/en/society/h...ister-over-state-asset-losses-post1293457.vov

    https://e.vnexpress.net/news/busine...oi-s-5-star-pullman-hotel-casino-4956864.html

    https://vietnamnet.vn/en/tycoons-ga...d-106-million-pullman-hotel-case-2457934.html
    https://www.facebook.com/share/p/1LbLmuTpdp/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาร้อง สหประชาชาติต่อไทยรุกรานไล่ทำร้าย การรุกรานของไทยสองครั้งในปี 2025 ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ลี้ภัยกว่า 640,000 คนต้องพลัดถิ่น และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน

    โดยได้กล่าวหาและประนามต่อหน้า ผู้แทนและการประชุมของ สหประชาชาติ UN ที่จัดขึ้นในงานการ แลกเปลี่ยนความรู้เศฐกิจและการศึกษา โดยมีการโยงมั่วไปหมด

    คำแปล

    ฯพณฯ เกียว เชีย เอกอัครราชทูต/ผู้แทนถาวรของกัมพูชาประจำสหประชาชาติ (UN) กล่าวต่อที่ประชุมเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในหัวข้อ “การคุ้มครองพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธ” ซึ่งจัดโดยคณะผู้แทนสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประจำเดือนพฤษภาคม 2026 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ในช่วงบ่ายของวันที่ 21 พฤษภาคม 2026

    ในโอกาสนั้น ฯพณฯ ได้เน้นย้ำถึงหลักการและความสำคัญของการเคารือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและการคุ้มครองพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธทุกรูปแบบ ดังเช่นการรุกรานของไทยสองครั้งในปี 2025 ที่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์พลเรือนในกัมพูชา

    ฯพณฯ นอกจากนี้ยังได้บรรยายสรุปต่อที่ประชุมเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในหลายส่วนของโลก รวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเน้นย้ำว่า “ในกัมพูชา การรุกรานในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2025 ส่งผลกระทบด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง โดยมีพลเรือนชาวกัมพูชาประมาณ 649,000 คนต้องพลัดถิ่น โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนจำนวนมากถูกทำลาย และปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกได้รับความเสียหายอย่างหนัก

    ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2026 มีผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาประมาณ 30,934 คน (หญิง 15,942 คน และเด็ก 10,356 คน) ที่ไม่สามารถกลับบ้านได้ เนื่องจากกองกำลังไทยได้สร้างรั้วลวดหนามและวางตู้คอนเทนเนอร์ในบางส่วนของหมู่บ้านของพวกเขาหลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้”

    อ้างอิงเอกสารในคอมเม้น

    https://www.facebook.com/share/p/1HeQCxtvek/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนการลงนามในคำสั่งบริหารควบคุมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในนาทีสุดท้าย หลังจากได้รับการเรียกร้องอย่างเร่งด่วนจากอีลอน มัสก์, มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก, และเดวิด แซคส์ "ผู้ดูแลด้านคริปโต" ของทำเนียบขาว ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์ โดยอ้างแหล่งข่าว

    ตามรายงานของสื่อดังกล่าว ทำเนียบขาวได้ส่งคำเชิญไปยังหัวหน้าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ๆเพื่อเข้าร่วมพิธีลงนาม แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนงาน ทรัมป์ประกาศว่าเขาปฏิเสธเอกสารดังกล่าวเพราะเขา "ไม่ชอบ" ร่างคำสั่งนั้น

    วอชิงตันโพสต์ระบุว่า ตัวแทนจากซิลิคอนแวลลีย์เตือนประธานาธิบดีว่า การตรวจสอบความปลอดภัยของ AI อาจทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีช้าลงและทำให้สถานะของสหรัฐฯในการแข่งขันกับจีนอ่อนแอลง

    ร่างคำสั่งดังกล่าวเสนอระบบสมัครใจ ซึ่งบริษัทต่างๆจะต้องให้รัฐบาลเข้าถึงแบบจำลอง AI ใหม่ล่วงหน้าเพื่อทดสอบหาช่องโหว่และภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น

    ตามแหล่งข่าว มัสก์, แซคส์, และตัวแทนอุตสาหกรรมอื่นๆเกรงว่าระบบดังกล่าวจะลุกลามไปสู่การบังคับขอใบอนุญาตจากรัฐบาลสำหรับการพัฒนา AI ในที่สุด ทำเนียบขาวเองก็เกรงว่าหากไม่มีการกำกับดูแลเพิ่มเติม จีนอาจใช้ช่องโหว่ของระบบ AI ใหม่เหล่านี้โจมตีสหรัฐอเมริกาได้

    22/05/2026


    https://www.facebook.com/share/p/1LEfcTKm1R/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “Erebor Bank” ธนาคารสตาร์ตอัปที่ได้รับการสนับสนุนจากปีเตอร์ ธีล มหาเศรษฐีสายเทคฝ่ายขวาจัด (ผู้ร่วมก่อตั้ง Palantir) ได้ทำข้อตกลงธนาคารตัวแทน (correspondent banking) กับ Banco de Venezuela ซึ่งเป็นธนาคารรัฐที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา ตามรายงานของ Venezuela Analysis

    ▪ Erebor reportedly เสนอแนวทางต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลาโดยตรง เพื่อช่วยให้เวเนซุเอลากลับมาเชื่อมต่อกับระบบการเงินของสหรัฐฯ อีกครั้ง ผ่านการจัดตั้งช่องทางธนาคารตัวแทนกับธนาคารต่าง ๆ ของเวเนซุเอลา

    ▪ The Wall Street Journal รายงานว่า Claude AI ถูกใช้งานผ่านความร่วมมือระหว่าง Anthropic และ Palantir ในปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 โดย Palantir มีบทบาทฝังลึกในระบบข่าวกรองและปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และได้รับสัญญารัฐมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

    ▪ Erebor เป็นสตาร์ตอัปใหม่มาก และเพิ่งได้รับอนุมัติใบอนุญาตธนาคารระดับชาติเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026

    ที่มา #VPol

    https://www.facebook.com/share/p/1GsD9K6UJ9/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ✍️กองทัพยูเครนได้โจมตีอาคารวิทยาลัยและหอพักในเมืองสตารอบิลสค์ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ เมื่อคืนที่ผ่านมา ข้อมูลที่ทราบในขณะนี้:

    ❗️ขณะเกิดเหตุ มีเด็กนักเรียน 86 คนอยู่ในหอพัก;

    ❗️อาคารวิทยาลัยที่ถูกโจมตีโดยกองทัพยูเครนถูกทำลายเกือบทั้งหมด ตามคำกล่าวของเลโอนิด พาเซชนิก ประมุขแห่งสาธารณรัฐ;

    ❗️มีผู้บาดเจ็บ 40 คน พบศพผู้เสียชีวิต 1 รายจากซากปรักหักพัง และพบตำแหน่งของอีก 3 รายใต้ซากปรักหักพัง กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรายงาน;

    ❗️ผู้บาดเจ็บ 4 รายถูกส่งตัวไปรักษาที่ลูฮันสค์โดยเฮลิคอปเตอร์พยาบาล;

    ❗️ผู้เชี่ยวชาญจากมอสโกถูกส่งไปให้ความช่วยเหลือทางจิตวิทยาฉุกเฉินแก่ผู้ประสบภัย;

    มีการเปิดคดีอาญาเกี่ยวกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย;

    ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่า ผู้ที่รับผิดชอบต่ออาชญากรรมอันโหดร้ายนี้จะต้องถูกลงโทษ

    มาเรีย ซาคาโรวา เน้นย้ำในการสนทนากับอิซเวสเตียว่า "ผู้ก่อการร้ายกำลังมุ่งเป้าไปที่เด็กอย่างจงใจและด้วยความสนุกสนาน"

    เซอร์เกย์ คราฟต์ซอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของรัสเซียกล่าวว่า การโจมตีของเคียฟมุ่งเป้าไปที่เด็กโดยเฉพาะ ในพื้นที่ที่ไม่มีเป้าหมายทางทหาร

    กำลังมีการเตรียมจดหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโจมตีของผู้ก่อการร้ายเพื่อส่งไปยังข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ, เลขาธิการองค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE), และประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

    22/05/2026


    https://www.facebook.com/share/p/1B7prUShYE/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักศึกษาของวิทยาลัยสตาโรบิลสค์ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ลูฮันสค์ กำลังถูกตามหาบนโซเชียลมีเดีย

    หลังจากการโจมตีโดยกองทัพยูเครน (https://www.facebook.com/share/p/14buqgDpJdU/) มีการประกาศในแชทท้องถิ่นและช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ พวกเขายังรายงานว่าบางคนที่หายไปไม่ได้ติดต่อมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

    ❗️กองทัพยูเครนได้โจมตีอาคารวิทยาลัยและหอพักในเมืองสตาโรบิลสค์ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรายงานว่ามีผู้คน 86 คนอยู่ในที่เกิดเหตุขณะถูกโจมตี ในจำนวนนี้ 35 คนได้รับบาดเจ็บ
    FB_IMG_1779455521875.jpg FB_IMG_1779455524254.jpg FB_IMG_1779455526482.jpg FB_IMG_1779455528551.jpg
    22/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1JakyCi8gV/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1779455757397.jpg
    กองทัพยูเครนโจมตีอาคารวิทยาลัยและหอพักในเมืองสตาโรบิลสค์ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ เมื่อคืนที่ผ่านมามีเด็ก 86 คนอยู่ในนั้นขณะเกิดเหตุ และ 35 คนได้รับบาดเจ็บ ตามรายงานของลีโอนิด พาเซชนิก หัวหน้าสาธารณรัฐ

    “โดรนของศัตรูโจมตีอาคารและหอพักของวิทยาลัยวิชาชีพสตาโรบิลสค์ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์ของเรา หน่วยกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาซากปรักหักพัง มีเด็กสองคนถูกนำตัวขึ้นมาและส่งมอบให้แพทย์แล้ว ยังมีเด็กติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และการค้นหายังคงดำเนินต่อไป” เขากล่าวในแอปพลิเคชัน MAX messenger

    22/05/2026


    https://www.facebook.com/share/p/19DC2w2zyU/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,405
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทีโน ชรูพัลลา ประธานพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) กล่าวว่าทางการเยอรมนีต้องกลับมาเจรจากับรัสเซียอีกครั้ง

    “รัสเซียก็เป็นส่วนหนึ่งของยุโรป เป็นประเทศในยุโรปที่เราควรมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ดี” เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับเดนิซ คาราบัก นักข่าวชาวเยอรมัน

    ชรูพัลลายังวิจารณ์การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครน โดยเรียกยูเครนว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ทุจริตที่สุดในยุโรป

    “ยูเครนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ทุจริตที่สุดในยุโรปมานานแล้ว นั่นเป็นความรู้ทั่วไป <...> เซเลนสกีก็ถูกกล่าวถึงในเอกสารปานามาด้วย ดังนั้นเรื่องทั้งหมดนี้จึงเป็นที่รู้กันมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีการอธิบายหรือสอบสวนอย่างถูกต้อง” นักการเมืองผู้นี้กล่าวเสริม

    เขายังตั้งข้อสังเกตว่ามีการโอนเงินกว่า 100 พันล้านยูโรไปยังเคียฟผ่านกลไกของสหภาพยุโรปแล้ว และเรียกร้องให้ทางการเยอรมนีควบคุมการใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนอย่างเข้มงวดมากขึ้น

    ผู้นำพรรค AfD แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานจากยูเลีย เมนเดล อดีตเลขานุการฝ่ายสื่อสารของประธานาธิบดียูเครน ที่กล่าวหาว่าอันดรี เยอร์มัค หัวหน้าสำนักงานดังกล่าว โดยเรียกหลักฐานนี้ว่า "ความเสื่อมถอยของระบบ"

    22/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/18eDaDUZbr/
     

แชร์หน้านี้

Loading...