เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 10 กรกฎาคม 2026 at 21:21.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพได้รับความเมตตาจาก "ดร.ดอย" (ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา) และ "ทิดเฟิร์ส" (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) เรียกรถสาธารณะหรือที่เรียกกันว่า "แกร็บแท็กซี่" ไปส่งที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพิ่งจะเข้าไปถึงยังไม่ทันจะทำอะไร "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ก็พาลูกชายคือแม็กซิม (นายแม็กซิมุส ณัฏฐดนัย กราสเซ่ต์) มาถึงพอดี

    ทริปนี้เกิดจากการที่ "ลูกแม็ก" ซึ่งกระผม/อาตมภาพรับเป็นพ่อให้แต่ยังเด็ก ๆ และพูดภาษาไทยไม่ได้ ในช่วงที่อพยพโยกย้ายกลับจากฝรั่งเศสมาอยู่เมืองไทย พร้อมกับ "ลูกพลอย" (นางสาวอะมองดีน พลอยไพลิน กราสเซ่ต์) ทั้งสองหลังจากที่สูญเสียบิดาไปด้วยอุบัติเหตุทางน้ำแล้ว ก็โยกย้ายกลับมาภูมิลำเนาของแม่

    ปรากฏว่าเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่ดีมาก แม้ว่าแรก ๆ จะพูดไทยได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม แต่กริยามารยาททุกอย่างนั้น ต้องบอกว่า "หม่าม้า" คือผู้เป็นแม่นั้นอบรมมาดีมาก ดังนั้น..เมื่อ "หม่าม้า" ปรารภจะยกให้กระผม/อาตมภาพเป็นพ่อทูนหัวให้กับลูกทั้งสอง กระผม/อาตมภาพจึงบอกกับเด็ก ๆ ว่า "ไม่ขอเป็น "Godfather" แต่จะเป็น "Father" ให้เลย ตกลงหรือไม่ ?" เมื่อเด็ก ๆ ตกลงก็ดูแลกันมา ไม่นึกเลยว่าเวลาจะผ่านมาถึง ๑๐ กว่าปีแล้ว ตอนนี้ก็ตกประมาณ ๑๖ - ๑๗ ปีเห็นจะได้

    ปรากฏว่าลูกทั้งสองประสบความสำเร็จในชีวิต หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ จากโรงเรียนนานาชาติแล้ว ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัย ESSEC University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังในสิงคโปร์ได้ ไปเรียนจนกระทั่งจบกลับมา มีหน้าที่การงานมั่นคง แถมยังมี "งานไซด์ไลน์" เป็นนายแบบนางแบบลงนิตยสารและโฆษณากันเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะ "ลูกพลอย" (อมองดีน) นั้น ไปลงประกวดได้ตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปทุมธานี และอันดับ ๓ ของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี ๒๐๒๕ มาแล้ว..!

    ด้วยความที่ว่าในแต่ละปีนั้น "ลูกแม็ก" กับ "ลูกพลอย" จะต้องเดินทางไปหาญาติข้างปู่ย่าที่ประเทศฝรั่งเศสเสมอ มาปีนี้ "ลูกแม็ก" ปรารภว่า "ทุกปีผมก็ไปยุโรป ปีนี้อยากจะนิมนต์หลวงพ่อไปสิงคโปร์ที่ผมเคยเรียนอยู่หลายปี ไปกันแบบไม่ต้องมีโปรแกรมอะไร อยากแวะที่ไหนก็แวะ ถือว่าไปฉลองวันเกิดของผม จะได้ไหมครับ ?"

    กระผม/อาตมภาพเห็นว่าพอที่จะปลีกตัวไปได้ เนื่องเพราะว่าภาระใหญ่ก็คืองานมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ ซึ่งผ่านการตรวจประเมินไปเมื่อปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา และมาแจกรางวัลที่หอประชุมใหญ่พุทธมณฑลในพระบรมราชูปถัมภ์ปีนี้นั้น กระผม/อาตมภาพแค่มอบปัจจัยสนับสนุน แล้วก็มอบหมายงานให้เหล่าคณะอนุกรรมการทำหน้าที่แทนก็ได้

    ดังนั้น..จึงได้บอกกับ "ลูกแม็ก" ว่าสามารถที่จะไปได้ ทำเอาอีกฝ่ายแทบจะโห่ร้องป้องปีกเลยทีเดียว..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    ด้วยความที่เห็นว่าหลวงพ่อเป็นไอดอลส่วนตัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก็คือไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม รู้สึกว่าหลวงพ่อจะเก่งไปเสียหมด เจ้าลูกชายก็เลยอยากจะเก่งแบบหลวงพ่อบ้าง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งอนาคตสดใสอยู่ในทุกวันนี้

    แต่กระผม/อาตมภาพก็บอกกับลูก ๆ แล้วว่า "เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ" คำว่าดีที่สุดไม่ได้หมายถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หากแต่ว่าเต็มสติปัญญาและกำลังของเราแล้ว ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น แต่ดูท่าว่าถ้าไอ้เรื่องทำความดีแล้ว ลูก ๆ เขาจะดื้อใช้ได้เหมือนกัน..! ก็เลยกลายเป็นแข่งกันดี จนกระทั่งญาติข้างพ่อ ก็คือปู่ย่าตาทวดทางด้านโน้น กลายเป็นหลงเสน่ห์ลูกครึ่งไทยไปตาม ๆ กัน..!

    โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพแรก ๆ ก็เรียกทั้งสองว่า "ลูกฝรั่ง" ทำเอาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง งอนไปเป็นวัน ๆ จนกระทั่งต้องทิ้งคำว่า "ลูกฝรั่ง" ไป เพราะทั้งสองยืนยันว่า "เป็นคนไทย..!"

    เมื่อขึ้นเครื่องแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เห็น "อากง" ซึ่งก็คือลูกน้องของ "ท่านเซ่อ" (พลเรือเอก เซอร์โธมัส ฟิลลิปส์ สเปนเซอร์) อดีตผู้บังคับการเรือหลวง Prince of Wales ที่มาพลาดท่าเสียทีให้ญี่ปุ่นจมเรือที่สิงคโปร์ ด้วยความที่กำลังใจมั่นคง "ท่านเซ่อ" ก็เลยไปเกิดเป็นเทวดาชั้นวชิระภายใต้ท้าวจาตุมหาราช ได้รับการมอบหมายให้ดูแลประเทศสิงคโปร์แห่งนี้ แล้วก็เลยใช้บริวารก็คือ "อากง" ซึ่งกระผม/อาตมภาพก็เรียกอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้

    ไม่เคยถามว่า "อากง" มีชื่อเสียงเรียงไร แต่มาทีไรก็เห็นใส่กางเกงแพรปังลิ้น เสื้อกุยเฮง ยิ้มใจดีมาแต่ไกล พวกเราลองนึกถึงภาพของ "อากง" ซึ่งผมขาวตัดเกรียนเหมือนทรงทหาร ใส่เสื้อกุยเฮง กางเกงแพร ลากเกี๊ยะมา แล้วก็จะนึกภาพออกว่าเป็นอย่างไร "อากง" บอกว่าจัดการ "เคลียร์" ที่ทางทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกังวล พายุจะส่งผลก็ต่อเมื่อท่านกลับออกจากสิงคโปร์ไปแล้ว..!

    กระผม/อาตมภาพลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าเครื่องบินขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้ ?! เจ้าหน้าที่กำลังจะเสิร์ฟอาหารเช้าอยู่ ถามว่า "ต้องการจะรับเป็นอาหารเช้าแบบไส้กรอกไข่ดาว หรือว่าเป็นข้าวผัดกุนเชียง ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ขอเป็นข้าวผัดกุนเชียงก็แล้วกัน"

    รู้สึกว่าการบินไทยนี้ ไม่ทราบว่าจะเหมือนกันทุกเครื่องหรือเปล่า ? แต่ว่าชั้นประหยัดของการบินไทยเที่ยวนี้นั้น ที่วางเท้ารู้สึกว่ากว้างขวางมาก แล้วในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็จัดที่นั่งให้โดยที่เว้นช่วงกลางเอาไว้ให้ด้วย กระผม/อาตมภาพจึงได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ต้องเจริญพรขอบคุณเจ้าหน้าที่การบินไทยรักคุณเท่าฟ้าทุกคน ตลอดจนกระทั่ง "อากง" ที่ฉวยโอกาสนั่งยิ้มเผล่อยู่ตรงที่ว่าง คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น แต่กระผม/อาตมภาพเห็นนะโว้ย..!

    เมื่อฉันเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็ไปเข้าห้องน้ำห้องท่า หลังจากนั้นก็หลับตาภาวนา เพิ่งจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปครู่เดียวเท่านั้น เครื่องก็ร่อนลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีเสียแล้ว พวกเราลงจากเครื่องมาก็เดินกันขาลาก เนื่องเพราะว่าสนามบินชางงีปรับปรุงใหม่มาหลายปี กลายเป็นสนามบินนานาชาติที่สวยที่สุดในโลกตามที่เขาคุยเอาไว้ แต่ว่าที่เดินเข้าไปนั้นก็เห็นต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีไปหมด แล้วเหมือนอย่างกับว่าพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกซีกหนึ่งประมาณนั้น..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    พวกเรามาเดินผ่านเครื่องตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ ปรากฏว่าสาวน้อยที่อยู่ด้านหน้า ไม่ทราบว่าพลาดเรื่องอะไร ? เนื่องเพราะว่าเสียบหนังสือเดินทางเข้าช่องแรกผ่านไปแล้ว พอถึงช่องที่ ๒ สแกนนิ้วมือไม่ผ่าน กลายเป็นว่า "ลูกแม็ก" กับ "หม่าม้า" เดินผ่านไปทางด้านฝั่งโน้นแล้ว กระผม/อาตมภาพยังยืนห้อยท้ายแถวอยู่เลย..!

    ครั้นถึงคิวของตัวเอง สอดหนังสือเดินทางเข้าช่องแรก ประตูเปิดแล้ว ไปถึงช่องที่ ๒ สอดหนังสือเดินทางและปั๊มหัวแม่มือ ปรากฏว่าไม่ผ่าน..! เจ้าหน้าที่หญิงเดินมาล้งเล้งชี้มือบอกว่าให้ถอยไป ๆ กระผม/อาตมภาพหันไปดู เพิ่งจะเห็นมีผู้โดยสารเลือดร้อนหรือใจร้อนก็ไม่ทราบ ? กระผม/อาตมภาพยังไม่ทันจะสแกนช่องที่ ๒ พ่อก็สแกนซ้อนช่องแรกเสียแล้ว ก็เลยทำให้ข้อมูลรวนหมด..! กระผม/อาตมภาพเองจึงต้องถอยกลับไปช่องที่ ๑ สแกนใหม่ แล้วก็ผ่านมาช่องที่ ๒ คราวนี้ผ่านได้แต่โดยดี..!

    พวกเราออกมารับกระเป๋าที่สายพาน ๓๘ จากนั้นแทนที่จะนั่งรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ "ลูกแม็ก" บอกว่าเราต้องรีบไปให้ทันหลวงพ่อฉันเพล จึงเรียกแท็กซี่วิ่งจากท่าอากาศยานนานาชาติชางงี ตรงไปยังโรงแรม Orchard Hotel ซึ่งการเดินทางนั้นก็แทบจะวิ่งอยู่ถนนสายกลางตลอด เนื่องเพราะว่าสิงคโปร์มีถนนแค่ ๓ สาย ก็คือเลียบทะเลด้านซ้ายกับเลียบทะเลด้านขวา แล้วก็ถนนสายกลาง ทุกสถานที่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดเอี่ยม ร่มเย็นไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า แต่ในสายตาของกระผม/อาตมภาพนั้น แฝงไว้ด้วยความเย็นชาอย่างบอกไม่ถูก ก็คือเหมือนกับตั้งใจจนเกินไป กลายเป็นไม่เป็นธรรมชาติอย่างไรอย่างนั้น..!

    พวกเราเมื่อมาถึงโรงแรม Orchard Hotel ก็ไปขอห้อง ปรากฏว่าได้ห้องของกระผม/อาตมภาพห้องเดียว อีกห้องหนึ่งจะเช็คเอ้าท์ตอนบ่าย ๓ โมง พวกเราจึงรับบัตรห้องของกระผม/อาตมภาพมาก่อน นำเอาข้าวของทั้งหมดไปกองรวมกันข้างในนั้น จากนั้นก็ลงไปที่ห้องอาหารของโรงแรม ซึ่งจะมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องของ "ติ่มซำ" พวกเราเข้าไปก็มี "อาม่า" คนหนึ่งหน้าตาน่ารักใจดีมาก นำเอาเมนูมาให้ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่บริกรผู้ชายมาช่วยบริการให้กระผม/อาตมภาพที่เป็นพระอีกต่างหาก..!

    เมื่อสั่งข้าวปลาอาหารไปแล้ว พวกเราก็นั่งคุยกันรอเวลา ปรากฏว่าแต่ละอย่างที่มานั้น ดูเหมือนจะมีแค่คนละชิ้นเท่านั้นเอง แต่ว่าพออย่างที่ ๔ ที่ ๕ มาถึงก็ชักรู้สึกว่า "เฮ้ย..อิ่มเหมือนกันนี่หว่า..!" แล้วแต่ละอย่างก็อร่อยมากเสียด้วย โดยเฉพาะบรรดากุ้งนั้น สดจนแทบจะเต้นอยู่ในปากของตัวเองเลย ทั้ง ๆ ที่อาหารสั่งมาก็เป็นอาหารสุกแท้ ๆ จนกระทั่งชามสุดท้ายก็คือข้าวต้มปลากะพงแดง แบ่งกันกินไปก็ชมกันไปว่าไม่เคยกินข้าวต้มปลาที่ไหนรสชาติได้ใจขนาดนี้มาก่อนเลย..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    หลังจากขึ้นไปนอนสลบไสลบนห้องอยู่พักใหญ่ "ลูกแม็ก" ก็บอกว่า "หลวงพ่อครับ วันนี้เขามีงานที่สถานทูตไทย ข้าง ๆ โรงแรมนี่เอง เขาจัดงานวันที่ ๑๐ - ๑๑ - ๑๒ ตามโปรแกรมของเราเป๊ะเลยครับ" กระผม/อาตมภาพเองขำก็ขำ เนื่องเพราะว่าครั้งนี้เราไม่ได้จัดโปรแกรมมา นึกอยากจะไปที่ไหนก็ไป แต่ทางสถานทูตจัดให้มีงานจำหน่ายหรือแสดงสินค้าไทยที่สิงคโปร์ ตรงกับวันที่เราอยู่ที่นี่พอดี จึงไม่รีบร้อนที่จะไปดู

    รอจนกระทั่งบ่าย ๓ โมงของสิงคโปร์ ซึ่งก็คือบ่าย ๒ โมงบ้านเรา ก็เรียกรถแกร็บแท็กซี่ไปส่งที่วัดพระบรมธาตุเขี้ยวแก้ว ปรากฏว่ารถมาจอดทางด้านหลังวัด กระผม/อาตมภาพเข้าไปก็เจอเจ้าพ่อมังกรยืนต้อนรับอยู่เลย จึงขอให้ "ลูกแม็ก" ช่วยสแกนจ่าย ซื้อเครื่องบูชาซึ่งเป็นดอกไม้และเทียนแดง ชุดละ ๒๐ ดอลลาร์สิงคโปร์

    ได้ยินราคาแล้วเกือบสะดุ้งเหมือนกัน เอามาแล้วก็เขียนชื่อเขียนนามสกุลของตนเองลงไป จากนั้นก็นำไปถวายแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และพระโพธิสัตว์อื่น ๆ อีกหลายองค์ แล้วค่อยเดินอ้อมไปด้านหน้า ซึ่งมีพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่ มาจ่ายเงินซื้อเครื่องบูชาทางด้านนี้เข้าไปถวายบูชา ส่วนญาติโยมจำนวนมากก็เข้าไปจ่ายเงินร่วมพิธีในการสวดเสริมชะตา พระก็มีหน้าที่สวดไป ท่มนใดเหนื่อยไม่ไหวแล้ว ก็มีรูปอื่นมาเปลี่ยนสวดแทน รู้สึกว่าจะเป็นธุรกิจที่เป็นระบบทีเดียว เนื่องเพราะว่าทุกอย่างต้องสแกนจ่ายทั้งหมด..!

    หลังจากนั้น "หม่าม้า" ของ "ลูกแม็ก" ก็ไปดูพวกบรรดาสินค้าที่ระลึก แล้วในที่สุดจากที่คาใจจากอู่ไถซานของประเทศจีน ที่ไม่ได้ประคำมือหอยมุกมา เจอที่นี่เข้า ราคา ๑๖๘ ดอลลาร์สิงคโปร์ ก็เลยกัดฟันซื้อไป บอกว่าที่เมืองจีนเขาเป็นคนสร้าง ราคาจึงถูกกว่า มาที่นี่ถึงแพงขึ้นก็ไม่เป็นไร..!

    จากนั้นพวกเราก็เบียดเสียดเยียดยัดกันขึ้นลิฟท์ไปชั้นที่ ๔ ขึ้นไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนถวายสักการะพระบรมธาตุเขี้ยวแก้ว น่าเสียดายว่าเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้ถ่ายรูปที่นี่ เมื่อถวายสักการะและสวด อิติปิ โสฯ ๓ ห้องจบแล้ว อุทิศส่วนกุศลให้ "ท่านเซ่อ" และบริวารทั้งหลาย ตลอดจนกระทั่งเจ้ากรรมนายเวรทั้งหมด พร้อมทั้งอุทิศส่วนกุศลถวายสมเด็จพระพันปีหลวง และเสด็จในกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรด้วย..!
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    จากนั้นก็ถึงได้เห็นว่ามีประตูบันไดที่กระผม/อาตมภาพไม่เห็นในชั้นล่าง ไม่ทราบเหมือนกันว่าอยู่ตรงไหน ? ในเมื่อเห็นบันไดก็เลยขึ้นบันไดไป ถาม "ลูกแม็ก" และ "หม่าม้า" ว่าจะขึ้นชั้น ๕ ไหม ? เนื่องเพราะว่าชั้น ๕ นั้นมีแต่สวน และกลางสวนก็มีกงล้อมนต์แบบทิเบต ทั้ง ๔ มุมเป็นพระพุทธเจ้าในธยานิพุทธะ มีพระอักโษภยพุทธะ เป็นต้น ทั้งสองบอกว่าไหน ๆ มาแล้ว ขึ้นไปก็แล้วกัน แล้วก็ยอมเชื่อว่าความจำของกระผม/อาตมภาพนั้นดีเยี่ยมจริง ๆ เนื่องเพราะว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่บอก

    เมื่อได้สักการะและเดินวนหมุนกงล้อมนต์แล้ว กระผม/อาตมภาพก็เจอลูกขี้โกงของ "อากง" เนื่องเพราะว่าหมุน ๒ รอบแล้ว ระฆังเพิ่งดังครั้งเดียว จากที่ตั้งใจจะหมุนแค่ ๙ รอบก็เลยกลายเป็นว่า ๑๐ รอบไปโดยปริยาย ขำก็ขำตรงที่ว่าเทวดาอยากได้บุญมากขึ้น กลายเป็นว่ามาแกล้งพระเสียนี่..!

    เมื่อลงมาที่ชั้น ๓ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ เข้าไปถ่ายรูปได้บ้างไม่ได้บ้างตามแต่สถานที่นั้นจะมีรูปห้ามกล้องถ่ายรูปหรือไม่ ? เห็นตู้ก็ควักเอาเงินหยวนของจีน ซึ่งกระผม/อาตมภาพมีแต่ใบละ ๑๐๐ หยวน แล้ว "ลูกแม็ก" กับ "หม่าม้า" บอกว่าไม่ต้องแลกเงิน เดี๋ยวจะจ่ายเงินดอลลาร์สิงคโปร์ให้..!

    กระผม/อาตมภาพจึงเอาเงินหยวนหยอดตู้ไปตู้ละ ๑๐๐ ตามระเบียบของตนเอง วนลงมาที่พิพิธภัณฑ์ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๑ ถ่ายรูปจนทั่วถึงแล้ว มายังทางออกถึงได้รู้ว่าทำไมเราถึงหาบันไดไม่เจอ ? เนื่องเพราะว่าทางออกนั้นเป็นประตูล็อคอัตโนมัติ ต้องเปิดจากทางด้านในเท่านั้น เมื่อเปิดผลัวะออกมา ปรากฏว่าเป็นประตูด้านข้างซ้าย เวลาหันหน้าเข้าหาวัดพระบรมธาตุเขี้ยวแก้ว

    พวกเราเดินออกมา หลังจากนั้น "ลูกแม็ก" ก็ใช้กูเกิ้ลแม็พพาหลวงพ่อและ "หม่าม้า" เดินตรงไปยังอนุสาวรีย์เมอร์ไลออน เพื่อที่จะไปชมสิ่งที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของประเทศสิงคโปร์แห่งนี้ โดยที่เดินไปก็คุยกันไป เรื่องแนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนกระทั่งเรื่องของบรรดาเทวดาและเจ้าที่ต่าง ๆ ซึ่งหลังจากคราวก่อนโน้นเมื่อหลายปีได้เคยมา แล้วเจออิทธิฤทธิ์ ท่านเซ่อ" แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน จนกระทั่งทุกคนในคณะมั่นใจกันหมด จึงทำให้ "ลูกแม็ก" ตลอดจนกระทั่ง "หม่าม้า" ก็มีความเชื่อความเลื่อมใสในเรื่องนี้อย่างเต็มที่เหมือนกัน..!
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,627
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,174
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เดินไปได้ครู่หนึ่ง "หม่าม้า" ที่ขาสั้นและเดินตามหลังก็บอกว่า "หลวงพ่อ..มีแต่คนมองด้วยความสงสัยว่า ทำไมพระไทยกับคนฝรั่งเดินคุยกันได้ขนาดนั้น ?!" กระผม/อาตมภาพกับ "ลูกแม็ก" มองหน้ากันแล้วก็หัวเราะลั่น จนกระทั่งคนหันมามองกันหมด..! เนื่องเพราะว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็หน้าตาฝรั่งดี ๆ นี่เอง สูงถึง ๑๙๐ กว่าเซนติเมตร ส่วนกระผม/อาตมภาพก็พระไทยอย่างชัดเจน แต่สองคนดันเดินคุยกันไปได้ตลอดทาง..!

    จนกระทั่งลงมาถึงริมน้ำแล้ว พวกเราเดินเลาะแม่น้ำไปถึงสะพานเก่าสองแห่ง แล้วก็ข้ามถนนเลาะลงไปข้างแม่น้ำใหญ่ ซึ่งความจริงก็คือชายทะเล เห็นโรงแรมเรือ หรือที่เรียกกันว่า Marina Bay Sands อยู่ตรงหน้า พวกเราถ่ายรูปกันตรงนี้แล้วก็เลาะออกไปทางซ้ายมือ ตรงไปยังเมอร์ไลออน แล้วก็เจอว่าผู้คนแน่นขนัดไปหมด ทั้ง ๆ ที่การแสดงแสงสีเสียงจะเป็นไปตอนค่ำ ตอนนี้เพิ่งจะ ๕ โมงเย็น ทำไมคนถึงได้มากขนาดนี้ ?

    พวกเราพยายามหามุมพอที่จะถ่ายรูปได้ ก็ติดคนทั่วไปหมด "อากง" ก็เลยจัดการกวาดคนพรวดเดียวไปหมด ให้กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปเมอร์ไลออนได้เต็มตัว แล้วก็บอกกับ "ลูกแม็ก" ว่า "ถ้าใครถามว่าเมอร์ไลออนเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย ให้ตอบว่าตัวผู้นะครับ ?" ทำเอา "ลูกแม็ก" ตาโตถามว่า "เขามีจิตวิญญาณแล้วมาบอกหลวงพ่อได้ด้วยหรือครับ ?" ก็เลยตอบไปว่า "ไม่ใช่..เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นตัวเมียต้องเรียกว่าเมอร์เลโอเนส..!" ทำอีกคนหัวเราะก๊ากขึ้นมา จากนั้นพวกเราก็เดินอ้อมออกมา ซื้อหาน้ำดื่มแล้วก็เรียกแท็กซี่กลับสู่ห้องพัก

    เมื่อมาถึง ปรากฏว่าห้องพักของ "หม่าม้า" ได้แล้ว จึงมาขนข้าวของจากห้องของกระผม/อาตมภาพไปพักกับ "ลูกแม็ก" ด้วยกัน อาตมภาพเองหลังจากบันทึกเสียงแล้ว สิ่งที่ชอบใจที่สุดของห้องพักนี้ไม่ใช่ราคาแพง แต่เพราะว่ามีอ่างอาบน้ำอยู่ เดี๋ยวจะไปแช่น้ำร้อนให้หายจากการที่เดินจนเหงื่อตกมาทั้งวัน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...