ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! ประธานาธิบดีอิหร่านชี้ถึงเวลายุติสงครามกับสหรัฐฯ จาก “จุดยืนที่แข็งแกร่ง”

    ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวว่า ถึงเวลาที่ควรยุติสงครามกับสหรัฐฯ หลังความขัดแย้งดำเนินมาหลายเดือน โดยยืนยันว่า อิหร่านกำลังอยู่ในสถานะที่มีอำนาจและศักดิ์ศรี ในการเจรจา

    เปเซชเคียนกล่าวว่า การยุติสงครามในเวลานี้จะเป็นประโยชน์ เพราะอิหร่านมองว่าตนเองอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง ขณะที่เขากล่าวอ้างว่าประชาคมโลกตระหนักถึงสิ่งที่อิหร่านมองว่าเป็นชัยชนะของตน และวิจารณ์สหรัฐฯ จากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงเรียนและโรงพยาบาล

    ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยสำคัญ
    ขณะนี้การเจรจาระหว่างสองฝ่ายยังหยุดชะงัก โดยอิหร่านยังคงจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้

    สหรัฐฯ กลับเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
    ท่าทีของผู้นำอิหร่านเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ขณะที่เตหะรานประณามมาตรการดังกล่าวว่าเป็น “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” และอิหร่านยังยืนยันว่า MoU ที่เคยตกลงกับสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนไม่ได้หมายถึงการยอมจำนน

    สรุป: เปเซชเคียนกำลังส่งสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมพูดถึงการยุติสงคราม แต่ต้องการให้การยุติความขัดแย้งเกิดขึ้นจาก สถานะที่อิหร่านมองว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ ไม่ใช่การยอมแพ้ ขณะที่แรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรและปัญหาการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

    22 สิงหาคม 2569

    #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #สงครามอิหร่าน #เปเซชเคียน #ทรัมป์ #ช่องแคบฮอร์มุซ #Iran #USA #Pezeshkian #Trump #StraitOfHormuz #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวด่วน

    https://www.facebook.com/share/p/1DKHSjAgJ9/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยก็ตกเป็นเป้าไม่ต่างกับรัสเซีย

    พันเอก ดักลาส แมคเกรเกอร์ (Douglas Macgregor) อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงมองว่า “กลุ่มโกลบอลลิสต์” มุ่งมั่นที่จะทำลายรัสเซียและเปลี่ยนตัวปูติน:

    “เป้าหมายของพวกเขาคือการทำลายรัสเซีย แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? พวกเขาต้องการเปลี่ยนตัวปูติน เพราะปูตินเป็นผู้นำมหาอำนาจสำคัญแห่งสุดท้ายในยุโรปที่มีอัตลักษณ์ของชาติ มีภาษาประจำชาติ มีวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ นั่นทำให้รัสเซียกลายเป็นศัตรูของกลุ่มโกลบอลลิสต์”

    “แล้วกลุ่มโกลบอลลิสต์ทำอะไรกับพวกเรา? พวกเขาทำให้ประเทศของเรามีผู้คนที่ไม่ใช่ชาวยุโรปหลั่งไหลเข้ามา โดยมีเป้าหมายเฉพาะคือการทำให้เราเจือจางลง ทำลายอัตลักษณ์ของชาติ และกำจัดวัฒนธรรมของเรา รวมถึงกำจัดอิทธิพลที่หลงเหลืออยู่ของศาสนาคริสต์ในทางวัฒนธรรมภายในโลกตะวันตก และพวกเขาต้องการทำแบบเดียวกันกับรัสเซีย”

    “พวกเขาต้องการทำเช่นนั้นกับรัสเซีย เพราะรัสเซียมีทรัพยากรมหาศาล ทั้งแร่ธาตุ ผลผลิตทางการเกษตร น้ำมัน ก๊าซ และโลหะหายาก หากคุณสามารถปลดปูตินออกจากอำนาจได้ คุณก็สามารถเข้าไปยึดทรัพยากรของรัสเซียและสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้ นั่นคือเหตุผลที่รัสเซียต้องถูกจัดการ แต่รัสเซียกำลังยืนหยัดต่อต้านอยู่”
    https://x.com/ivan_8848/status/2090802586941096368

    https://www.facebook.com/share/19Hh8EJHF6/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “พันธบัตรสหรัฐ” ไม่มีวันพัง
    เรามี “กองทัพสหรัฐ”
    เป็นไม้ตายสุดท้าย
    ในการแทรกแซง

    ทรัมป์ กล่าว

    Donald Trump กล่าว หลังถูกถามถึงความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ และ Bond Yield ที่กลับมาพุ่งขึ้น

    โดย Trump ตอบว่า

    “The ultimate intervention is our military. And if we have to use that, we will.”

    คำพูดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันในตลาดพันธบัตร หลังหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ทะลุ $40 ล้านล้าน และกระทรวงการคลังเตรียมเพิ่มวงเงิน Buyback พันธบัตรระยะยาวเป็นอย่างน้อย $4,000 ล้านต่อครั้ง

    อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการตีความว่า Trump หมายถึง “ใช้กองทัพเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรโดยตรง” เพราะจากคำพูดที่เผยแพร่ ยังไม่ได้อธิบายกลไกดังกล่าวอย่างชัดเจน

    สิ่งที่ชัดเจนคือ ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตา

    https://www.facebook.com/share/p/14ttKmaifXT/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ประกาศลด

    “ราคาเนื้อวัว” ลง -25%

    จากราคาตลาดปัจจุบัน

    ทรัมป์เดินเกมลด “ราคาเนื้อวัว” หลังพุ่งทำสถิติสูงสุด !

    ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศข้อตกลงนำเข้าผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตเนื้อบด 30,000 เมตริกตัน เข้าสหรัฐฯ ภายใน 90 วัน โดย ไม่เสียภาษีนอกโควตา พร้อมระบุว่ามี Commitment ให้ขายเนื้อในราคาต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน 25%

    ราคาเนื้อวัวสหรัฐฯ พุ่งแรง ขณะที่จำนวนฝูงวัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ตามข้อความของทรัมป์
    เป้าหมายคือช่วยลดต้นทุนอาหารให้ครัวเรือนอเมริกัน
    เพิ่ม Supply ระยะสั้น 30,000 เมตริกตัน
    ข้อตกลงระบุราคาขายต่ำกว่าตลาดปัจจุบัน 25%
    พร้อมเดินหน้าฟื้นจำนวนฝูงวัวและช่วยเหลือเกษตรกรสหรัฐฯ

    https://www.facebook.com/share/p/1EmzSBQrqj/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฝนตกแล้วดินจับตัวเป็นก้อนแข็ง อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างของดินกำลังเสื่อมลง

    ———

    ️ ทำไมดินบางชนิดจึงจับตัวเป็นก้อนหลังฝนตก?

    ———

    ดินที่จับตัวเป็นก้อนแข็งหลังฝนตก มักพบในดินที่มีอนุภาคดินเหนียวสูง หรือดินที่มีอินทรียวัตถุน้อย เมื่อได้รับน้ำ ดินเหนียวจะดูดซับน้ำและพองตัว ทำให้ดินเปียก เหนียว และเกาะติดกันได้ง่าย

    ขณะเดียวกัน แรงกระแทกจากเม็ดฝนสามารถทำลายโครงสร้างของเม็ดดินบริเวณผิวหน้า ทำให้อนุภาคดินขนาดเล็กแตกกระจายและไหลเข้าไปอุดช่องว่างภายในดิน เมื่อฝนหยุดและความชื้นลดลง อนุภาคเหล่านี้จะหดตัวและยึดเกาะกันแน่น จนกลายเป็นก้อนแข็งหรือเกิดแผ่นดินแข็งปิดผิวหน้า

    ปัจจัยที่ทำให้ดินจับตัวเป็นก้อนแข็งได้ง่าย ได้แก่

    • ดินมีสัดส่วนของดินเหนียวสูง
    • ดินมีอินทรียวัตถุน้อย
    • หน้าดินโล่งและถูกเม็ดฝนกระแทกโดยตรง
    • การเหยียบย่ำหรือใช้เครื่องจักรขณะดินเปียก
    • การไถพรวนในช่วงที่ดินมีความชื้นสูงเกินไป
    • ดินได้รับแรงกดทับซ้ำ ๆ จนช่องว่างภายในลดลง
    • ดินที่มีโซเดียมสะสมสูง ทำให้อนุภาคดินเหนียวกระจายตัวและอุดตันได้ง่าย

    อย่างไรก็ตาม “เม็ดดินร่วนที่เกาะกันอย่างหลวม ๆ” ถือเป็นโครงสร้างดินที่ดี ส่วนก้อนดินที่แข็ง แน่น และบีบแตกยากต่างหากที่อาจเป็นปัญหาต่อการเพาะปลูก

    เมื่อดินจับตัวเป็นก้อนแข็ง จะส่งผลให้

    • รากพืชชอนไชและขยายตัวได้ยาก
    • น้ำซึมผ่านลงสู่ดินช้าลงหรือไหลบ่าบนผิวดิน
    • อากาศหมุนเวียนภายในดินลดลง
    • เมล็ดพืชงอกและแทงยอดขึ้นเหนือดินได้ยาก
    • พืชดูดน้ำและธาตุอาหารได้ไม่เต็มที่
    • จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ทำงานลดลง

    ———

    แนวทางปฏิบัติสำหรับเกษตรกร

    1. เพิ่มอินทรียวัตถุ
    ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกที่สลายตัวดี หรือเศษพืช เพื่อช่วยให้เม็ดดินเกาะตัวกันอย่างเหมาะสมและมีความร่วนซุยมากขึ้น
    2. คลุมหน้าดิน
    ใช้ฟางข้าว ใบไม้แห้ง หรือเศษหญ้า ช่วยลดแรงกระแทกของเม็ดฝน รักษาความชื้น และป้องกันการเกิดแผ่นดินแข็งบนผิวหน้า
    3. หลีกเลี่ยงการทำงานขณะดินแฉะ
    ไม่ควรเหยียบย่ำ ใช้เครื่องจักร หรือไถพรวนทันทีหลังฝนตก เพราะจะทำให้ดินอัดแน่นและปั้นตัวเป็นก้อนได้ง่าย
    4. รอให้ความชื้นเหมาะสมก่อนพรวนดิน
    ดินควรมีความชื้นพอหมาด บีบแล้วเกาะตัวแต่ยังแตกออกได้ง่าย จึงเหมาะกับการพรวนมากกว่าดินที่เปียกจัด
    5. ปลูกพืชคลุมดินหรือพืชรากลึก
    ระบบรากจะช่วยสร้างช่องว่างในดิน เพิ่มการระบายน้ำ และช่วยฟื้นฟูโครงสร้างดินตามธรรมชาติ
    6. ตรวจสอบปัญหาความเค็มหรือโซเดียม
    หากดินแน่น น้ำซึมช้า และผิวดินแตกร้าวหรือมีคราบเกลือ ควรตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใช้สารปรับปรุง เพราะวิธีแก้ต้องพิจารณาจากผลตรวจ

    ———

    ดินจับตัวเป็นก้อนหลังฝน ไม่ได้เกิดจากน้ำเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงชนิดของดิน ปริมาณอินทรียวัตถุ และวิธีจัดการแปลง ฟื้นโครงสร้างดินให้ดีตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้น้ำซึมสะดวก รากเดินได้ และพืชเติบโตแข็งแรง

    ———

    เรียบเรียงโดย ทีมงานเกษตรธรรมชาติ-Keensfarm เกษตรสร้างสรรค์

    ———

    #ดินจับตัวเป็นก้อน #ดินแข็ง #โครงสร้างดิน #ปรับปรุงดิน #อินทรียวัตถุ #คลุมดิน #ดินร่วนซุย #ดูแลดิน #ความรู้เกษตร #เกษตรธรรมชาติ #เกษตรสร้างสรรค์ #Keensfarm

    https://www.facebook.com/share/p/17gjRwE6Hr/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์กล่าวถึงสถานการณ์ของอิหร่านกำลังอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ โดยกล่าวว่าขณะนี้อิหร่านไม่มีเงิน ค่าเงินล่มสลาย กำลังประสบปัญหาในการจ่ายเงินเดือนให้ทหารและตำรวจ และเผชิญเงินเฟ้อสูงถึง 350%

    ทรัมป์ยังยืนยันอีกว่า มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายความว่าสหรัฐจะยกเลิกทางเลือกในการโจมตีด้วยกำลังทางทหารออกไป เพียงแต่ขณะนี้วอชิงตันต้องการรอให้ทุกอย่างส่งผลต่ออิหร่านอย่างรุนแรงที่สุดก่อน เพื่อให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงตามที่สหรัฐต้องการ

    ทรัมป์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้สหรัฐฯ มี “อำนาจควบคุมทั้งหมด” เหนือพื้นที่โดยรอบช่องแคบฮอร์มุซรวมถึงพื้นที่บนบกโดยรอบที่เกี่ยวข้อง


    https://www.facebook.com/share/v/1EMG8CmA4M/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      3.4 MB
      เปิดดู:
      85
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พลิกเจรจาอเมริกา-แคนาดา #ล่ม นาทีสุดท้าย! ทรัมป์ขึ้น"กำแพงภาษี"สุดโหด 50% ทันที❗แคนาดาว้าก ลั่นเดี๋ยวโต้! แลก! หมัดต่อหมัด

    เมื่อเจรจามิบรรลุ ว่าแล้วทรัมป์ก็ขึ้นกำแพงภาษีแคนาดาทันควัน เป็น 50% ต่อสินค้าหลายร้อยรายการซึ่งรวมเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์
    ด้านมาร์ก คาร์นีย์ นายกฯ แคนาดากร้าว พร้อมตอบโต้ทุกเม็ด ดอลลาร์ต่อดอลลาร์
    https://www.bloomberg.com/news/arti...ggering-trump-s-50-tariffs?srnd=homepage-asia

    https://www.facebook.com/share/19BTGPWE21/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียพอเมาหมัด ชักสาดมั่วแล้ว ล่าสุดถึงขึ้นถล่มห้าง‼️‼️ย้ำว่า "ห้าง"! ห้างที่มีประชาชนขวักไขว่อยู่ในนั้น --- ก็ "พลเรือน" ล้วนน่ะ!
    ชาวบ้านชาวช่องดับ 16 ศพ และเจ็บระนาว 130 ราย (สาหัส 29)

    แบบนี้ ทรงไม่ดีนะครับท่าน คล้ายว่ารัสเซียโดนหนักเกินไป (โรงกลั่นน้ำมันหายไปเป็นพวง กำลังการกลั่นเหลือแค่ 10-20% แล้ว ยักษ์ใหญ่น้ำมันถึงกับต้องกลายเป็น "นำเข้า" เบนซินและดีเซลแล้ว และไครเมียก็แทบถูกตัดขาดเชื้อเพลิง ทะเลดำถูกกระหน่ำยิง) รัสเซียเสียรูปไปหมด แล้วก็เลยเล่น "มวยวัด" ซะละ

    มองแง่หนึ่งคือระบายแค้นสักหน่อย อะไรก็เอา เอาให้ได้ระบายความอัดอั้นตันใจหน่อย ให้ยูเครนแสบถึงทรวงบ้าง
    แต่อีกแง่ก็คือเหมือนไม่มีกลยุทธ์ทางทหารแล้ว เล่นโจมตีประชาชนคนเดินห้างดื้อๆ แบบนี้ กลางวันแสกๆ ด้วย
    เป้ามิใช่ไฟฟ้า พลังงาน มิใช่โรงงาน มิใช่ตึกรามใหญ่โตให้ป่นปี้เสียหาย แต่คือคนธรรมดา ...

    ห้างที่เมืองคริวีริห์ บ้านเกิดของเซเลนสกี้
    ทัพรัสเซียรัวซ้ำ โดรนทมิฬบินทลายช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ แล้วคล้อยหลังเพียงครึ่งชั่วโมง โดรนอีกลำก็ขย้ำจ้วงอีก
    (เหมือนกับว่าจู่โจมทีมกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือ เพื่อปิดบัญชีให้เด็ดขาด ไม่ต้องช่วยไม่ต้องเหลือ)

    สงคราม ยิ่งยาวไปยิ่งไม่ดีทั้งนั้น
    ไม่ดีกับใครทั้งนั้นเลย
    จริงๆ

    ระยะหลัง รัสเซียเพลี่ยงพล้ำ เสียท่า เสียเชิง ถูกทัพยูเครนตบเอาๆ ซะหน้าหัน
    แล้วมันก็แลกกับการที่ประชาชนยูเครนต้องมารับกรรมแบบนี้
    รบดี มิได้มีชัย แต่มีดับ โดนเอาคืนกับประชาชน

    และก็สังเกตว่าช่วงหลังไม่มีพูดถึงสมรภูมิแล้ว ไม่ได้พูดถึงแนวหน้า ที่รบกัน ปะทะกัน ตรึงกำลังกัน ในลูฮานสก์ / โดเนตสก์ / เคอร์ซอน / ซาโปริซเซีย
    กลายเป็นไม่ใช่ทหารสู้กันในจุดที่จะกินแดนกัน
    แต่เป็นเมืองต่างๆ ในรัสเซียและยูเครนที่ถูกมิสไซล์และโดรนข้ามฟ้ามาล่อเป้า
    และประชาชนก็โดนมากขึ้นๆ

    พลเรือนดับ กลายเป็นเกิดขึ้นเป็นธรรมดาแล้ว ...

    ไม่ดีเอาซะเลย

    https://www.reuters.com/world/europ...ussian-strike-ukraines-kryvyi-rih-2026-08-21/

    https://www.facebook.com/share/p/17yPJycHa9/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โคตรเซียนวิพากษ์ อเมริกาไม่รอด เผชิญ "วิกฤติหนี้" ภายใน 3 ปีปรมาจารย์ "เรย์ ดาลิโอ" ชี้ช่อง ชาวประชาควร "ขาย" พันธบัตรรัฐบาลอเมริกาทิ้ง⚠️และควรมี "ทอง" ในพอร์ตฯ ด่วนๆ เพื่อกันความเสี่ยงนั้น รวมถึงมี "บิตคอยน์" ไว้สักหน่อยด้วย
    (***เรย์ระบุ non-government-produced monies อย่างทองและบิตคอยน์ เพราะถ้าประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกประสบภาวะเจ๊งบ๊ง แล้วชาติอื่นๆ จะเหลือเหรอ
    มิไยว่าประเทศใหญ่อื่นๆ ตอนนี้อย่างอังกฤษ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และแม้แต่จีน ก็มีหนี้พอกหนา และมีปัญหาขาดดุลงบประมาณบานแล้วเช่นกัน อนาคตก็จะระเนนระนาดไปตามกันได้ไม่ยาก
    ถึงวันนั้น "เงิน" หรือ "พันธบัตรรัฐบาล" จะเกิด devaluation ถล่มทลายกันทั้งยวง
    ฉะนั้น "สินทรัพย์เสมือนเงินตรา(หรือที่ใช้สอยได้แทนเงินตรา)ที่มิใช่ออกโดยรัฐบาลของประเทศใดๆ" อย่างทอง อย่างบิตคอยน์ จึงเป็นทางออกชั้นดี)
    วงเล็บยาวจัง

    ซือแป๋ "เรย์ ดาลิโอ" ชี้ว่า พึงกระจายความเสี่ยง
    ❌ออกจากพันธบัตร
    ✅แล้วก็ถือทอง หรือจะรวมบิตคอยน์ด้วยสักหน่อย ไว้สัก 10-15% ของพอร์ตฯ
    (ก็คือ hedge against เหตุการณ์ government debt crisis ซึ่งเรย์พยากรณ์ว่าจะเกิดขึ้น)

    วิกฤติหนี้ หรือตรงๆ เลยคือ "อเมริกาถังแตก" จะเกิดขึ้นจริงฤา ... ?

    ล่าสุด เรย์ร่ายยาว โดยยกเอาแนวคิดมาจากหนังสือที่เขารจนาเอง How Countries Go Broke: The Dynamic Behind What is Happening Now
    แตกไม่แตก
    จากสถานการณ์ปัจจุบัน เรย์ฟันธง แตกใน 3 ปี‼️‼️‼️
    เรย์มีเผื่อธงเขยื้อน บวกลบ 2 ปี ซึ่งนั่นก็หมายความว่า อย่างเร็ว 1 ปี!!!!! และอย่างช้า 5 ปี ยังไงก็ไม่แคล้วต้องโดนอยู่ดี ...

    มิใช่ทำนายแบบทำไร่เลื่อนลอย เรย์คำนวณแจกแจง
    ปีนี้ รายได้ของรัฐบาลอเมริกา 5.5 ล้านล้านดอลลาร์
    รายจ่าย 7.5 ล้านล้านดอลลาร์
    เท่ากับขาดดุลงบประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์⚠️

    หนี้สะสม คิดเป็น 6 เท่าของรายได้ต่อปี⚠️

    ค่าดอกเบี้ย ปาเข้าไป 1 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว⚠️
    เรย์ขยี้ นั่นคิดเป็น 20% ของรายได้ต่อปีเลยนะ
    ขย้ำต่อ หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของที่ขาดดุลงบประมาณ(ที่ต้องไปกู้มาโปะ)เลยเชียว

    ยิ่งๆ ไปกว่านั้น แน่นอน เวลาคุณจ่ายหนี้ มันไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย ไหนจะเงินต้นอีก
    ประเทศสหรัฐอเมริกามีหนี้ที่ครบกำหนด ที่ต้องใช้หนี้ รวมทั้งสิ้น 10 ล้านล้านดอลลาร์⚠️⚠️⚠️
    (ซึ่งก็ต้อง "หมุนหนี้" ให้รอดๆ ไป ก็รีไฟแนนซ์ใหม่ ... แต่ไปเรื่อยๆ งี้เหรอ
    เรย์ใช้คำว่า "ก็หวังว่าจะมีเจ้าหนี้ปรานีให้คุณกู้ต่อหรือกู้ใหม่น่ะนะ)
    สรุป เงินต้น+ดอกเบี้ย = 11 ล้านล้านดอลลาร์
    เรย์ตอกเข้าไปว่า มันคือ 200% ของรายได้ประเทศ❗

    That is the current situation.
    "นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้"

    So, what is going to happen?
    "แล้วไงต่อ?"
    แหม ไม่ต้องยกเรย์มาหรอก ที่เหลือคิดว่าทุกคนคงเดาออก จินตนาการกันเองได้

    (*หมายเหตุ หนี้สะสมที่เขียนข้างบน เรย์เจาะจงเฉพาะหนี้สาธารณะ 32 ล้านล้านดอลลาร์ ยังไม่รวมหนี้ระหว่างรัฐบาลอีก 8 ล้านล้านดอลลาร์
    รวมแล้วก็ 40 ล้านล้านดอลลาร์!)
    (หนี้สาธารณะ เกือบทั้งหมดก็มาจากการขายพันธบัตรไง เพราะฉะนั้น เรย์ถึงคิดว่า "ขายพันธบัตรอเมริกาทิ้งซะแต่เนิ่นๆ")
    ("ถังแตก" เท่ากับไม่มีปัญญาใช้หนี้)

    เรย์ ดาลิโอ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ
    มิใช่ต้องการตำหนิ ทว่าเพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง เรียกแล้วเรียกอีก ร้องแล้วร้องอีก
    แต่ผลลัพธ์ยิ่งวันก็ยิ่งตรงกันข้ามเข้าไปอีก!

    เรย์ย้ำนักย้ำหนา รัฐบาลต้องลดการขาดดุลงบประมาณ จากปัจจุบัน 6% ของ GDP ให้ลงมาเหลือ 3% ของ GDP
    (ทั้งจากการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และลดดอกเบี้ย
    ซึ่งลดรายจ่ายนี่ก็ ... กำลังทำสงครามตู้มต้ามเลยเชียว จะลดยังไง
    ซึ่งเพิ่มรายได้ โดยขึ้นภาษี ... นี่ก็ทำสงครามการค้า ภาษีนำเข้าซัดประชาชนแรงอยู่แล้ว จะให้เก็บภาษีเงินได้ซ้ำเติมเพิ่มอีกก็กระไร
    ซึ่งลดดอกเบี้ยนี่ก็ ... ตอนนี้สงครามทำเอาเงินเฟ้อดีด มีแต่เก็งว่าจะต้องขึ้นดอกด้วยซ้ำ)

    (*ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่าการขาดดุลงบประมาณจะเด้งไปเป็น 7% ของ GDP ในสิบปีข้างหน้า
    ตรงข้ามกับที่เรย์เรียกร้อง)

    มีทางรอดมั้ย
    ?
    ?
    ?

    เรย์เปรียบเปรย
    เหมือนใครสักคนกำลังเส้นเลือดหัวใจตีบ ไขมันอุดตัน แต่เขาก็กินกินกินของมันๆ แล้วเขาก็ไม่ออกกำลังกายเลย เขาบอกกับหมอว่า "หมอเตือนอยู่นั่นแหละว่ามันเสี่ยงมากหากผมยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ผมก็ยังไม่เห็นจะหัวใจวายสักที แล้วผมจะเชื่อหมอไปทำไม?"

    เมื่อไหร่
    (เรย์บอก 3 ปี คลาดเคลื่อนก็เป็น 1 ปี หรือ 5 ปี แถวนี้)


    ลองอ่านต้นฉบับแบบละเอียดๆ กันได้ครับ
    https://www.linkedin.com/pulse/how-...ic-behind-what-happening-now-ray-dalio-rvl6c/
    https://www.facebook.com/share/p/1TKiGnoXrE/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชายชราชาวอังกฤษสูญเงินเก็บทั้งชีวิตจากมิจฉาชีพโรแมนซ์ ก่อนกลายเป็นคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ

    ชายชาวอังกฤษวัย 68 ปี สูญเงินเก็บและเงินบำนาญเกือบทั้งหมด หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงเชิงความรัก (Romance Scam) ก่อนกลายเป็นคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ และต้องเข้าพักในศูนย์ช่วยเหลือคนไร้บ้านเพื่อรอความช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศ

    รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าว ซึ่งใช้ชื่อว่า ไซมอน (Simon) ได้รู้จักหญิงรายหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “เอมิลี (Emily)” ผ่านทาง Facebook โดยหญิงคนดังกล่าวอ้างว่าจะสามารถโอนทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคารของไซมอน

    ต่อมาเอมิลีได้แนะนำไซมอนให้รู้จักกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นทนายความของเธอ ซึ่งแจ้งว่ากำลังดำเนินการขายทรัพย์สิน และจำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ก่อน ทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านและค่าธรรมเนียมการโอนเงิน โดยอ้างว่าเมื่อชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ไซมอนจะได้รับเงินจำนวนมหาศาลตามที่ตกลงกัน

    ไซมอน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาประมาณ 10 ปีด้วยวีซ่าเกษียณ จึงทยอยจ่ายเงินตามคำกล่าวอ้างดังกล่าว จนในที่สุดเงินเก็บและเงินบำนาญของเขาถูกนำไปใช้จนหมด

    เมื่อเงินที่เหลืออยู่หมดลง ไซมอนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน โดยมูลนิธิ Bangkok Community Help Foundation พบเขาอยู่ในล็อบบี้โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ หลังจากเขาใช้ชีวิตและนอนอยู่ที่นั่นมาหลายคืน

    ไซมอนและมูลนิธิระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษได้แนะนำให้พิจารณาเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม ไซมอนกล่าวว่าเขารู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับคำแนะนำดังกล่าว และเลือกเข้ารับความช่วยเหลือจากมูลนิธิแทน

    จากนั้นเขาได้เข้าพักที่ Center of Dreams ในเขตคลองเตย ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงคนไร้บ้านในเขตเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ ที่ดำเนินงานโดยองค์กรพัฒนาเอกชน โดยไซมอนพักอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าวประมาณ 6 สัปดาห์ ขณะที่ทีมสังคมสงเคราะห์ประสานงานกับหน่วยงานไทยและองค์กรไม่แสวงหากำไรในสหราชอาณาจักร เพื่อหาทางส่งตัวเขากลับประเทศ

    มูลนิธิเป็นผู้ระดมทุนสำหรับค่าเดินทาง และในที่สุดไซมอนก็เดินทางกลับอังกฤษ ปัจจุบันเขาพักอยู่ในศูนย์พักพิงคนไร้บ้านในกรุงลอนดอน และกำลังรอเข้ารับการดูแลในสถานสงเคราะห์สำหรับผู้สูงอายุ

    ด้านมูลนิธิระบุว่า ได้ติดตามเส้นทางการเงินของไซมอนและพบว่ามีการโอนเงินไปยัง ไนจีเรีย อินเดีย และประเทศไทย รวมถึงบัญชีธนาคารในประเทศไทยที่รับเงินโอนดังกล่าว

    มูลนิธิได้ยื่นรายงานอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ของไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว อย่างไรก็ตาม เงินที่ไซมอนสูญเสียไปมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถติดตามกลับคืนมาได้

    กรณีดังกล่าวสะท้อนถึงภัยจาก Romance Scam ซึ่งมิจฉาชีพสร้างความสัมพันธ์ทางออนไลน์เพื่อสร้างความไว้วางใจ ก่อนหลอกให้เหยื่อโอนเงินโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ และในบางกรณีอาจสร้างเรื่องเกี่ยวกับมรดก ทรัพย์สิน หรือโอกาสทางการเงินที่ไม่มีอยู่จริง

    https://www.facebook.com/share/194PhvinGJ/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงคราม EV จีนเดือดจัด เปิดตัวรถรุ่นใหม่ถี่ยิบ เฉลี่ยวันละ 3.6 รุ่น

    Nikkei Asia รายงาน ตลาดรถยนต์จีนกำลังเดินเข้าสู่สมรภูมิที่คำว่า “แข่งขัน” อาจสุภาพเกินไป เพราะผู้ผลิตรถยนต์พากันเปิดตัวโมเดลใหม่ถี่ยิบ จนสื่อท้องถิ่นต้องตั้งฉายาให้วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า “Crazy Thursday” หรือ “วันพฤหัสบ้าคลั่ง” ล้อกับแคมเปญลดราคาประจำสัปดาห์ของ KFC ที่ผู้บริโภคจีนคุ้นเคยกันดี

    วันดังกล่าวมีผู้ผลิตรถยนต์จีนอย่างน้อย 8 ราย ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Great Wall Motor ไปจนถึงผู้เล่นขนาดเล็กอย่าง Leapmotor Technology เปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมกัน โดย 6 รายเปิดตัวหรือปรับโฉมรถยนต์ไฟฟ้าและรถพลังงานใหม่ หรือ NEV สะท้อนภาพการแข่งขันที่กำลังร้อนแรงขึ้นทุกขณะ

    เบื้องหลังความคึกคักนี้กลับไม่ใช่ตลาดที่กำลังโตแบบสบายๆ แต่เป็นสงครามแย่งชิงยอดขายในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายกำลังเร่งออกรถรุ่นใหม่เพื่อรักษายอดขาย ท่ามกลางกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัว และจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นจนตลาดเริ่มแน่นราวกับรถติดในชั่วโมงเร่งด่วน

    ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน หรือ CAAM ระบุว่า ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งรวมรถยนต์ไฟฟ้า รถปลั๊กอินไฮบริด และรถพลังงานใหม่ประเภทอื่น เพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในปีที่ผ่านมา แตะ 16.49 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 38% เป็น 10.62 ล้านคัน คิดเป็น 31% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2567

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวรวมยอดส่งออก ซึ่งกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนไว้ด้วย หากมองเฉพาะตลาดในประเทศ ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 20% มาอยู่ที่ 13.87 ล้านคัน สะท้อนว่าความแข็งแกร่งของตลาดภายในประเทศไม่ได้สดใสเท่าตัวเลขภาพรวม

    และเมื่อหันมามองตลาดรวม ยิ่งเห็นภาพความกดดันชัดเจนขึ้น โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศจีนทุกประเภท รวมถึงรถเครื่องยนต์สันดาป ลดลง 21% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขณะที่ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเพดานต่ำลง

    ในสนามรบแห่งนี้ BYD ยังคงนำห่างคู่แข่ง โดยข้อมูลจาก MarkLines ระบุว่า หากวัดจากยอดส่งมอบจากโรงงาน BYD ครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนราว 23% ตามด้วย Geely Automobile ที่ 13% และ SAIC Motor ที่ 12%

    แต่การเป็นเบอร์หนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเดินเล่นได้อย่างสบายใจ เพราะแม้แต่ BYD ก็เริ่มถูกแรงกดดันกัดกินยอดขาย โดยยอดขายรถยนต์ใหม่ในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.ลดลง 16% จากปีก่อน เหลือประมาณ 1.8 ล้านคัน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ยอดขายครึ่งปีของบริษัทลดลง ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารลดลง 15% เหลือประมาณ 860,000 คัน

    ภาพจากผู้เล่นรายอื่นก็ไม่ได้สดใสนัก Great Wall Motor คาดว่ากำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะลดลงประมาณ 60% ขณะที่ Seres Group ผู้ผลิตรถระดับกลาง ซึ่งทำแบรนด์ Aito ร่วมกับ Huawei Technologies คาดว่าจะขาดทุนสุทธิ ส่วน Guangzhou Automobile Group หรือ GAC ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ คาดว่าผลขาดทุนจะขยายตัว

    นอกจากการแข่งขันที่รุนแรงแล้ว ต้นทุนแบตเตอรี่และเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นยังเข้ามาซ้ำเติมผลประกอบการ ทำให้การเปิดตัวรถรุ่นใหม่จำนวนมหาศาลไม่ได้แปลว่าบริษัทจะทำเงินได้มากขึ้น ตรงกันข้าม รถหนึ่งรุ่นอาจกลายเป็นภาระต้นทุนก้อนใหญ่ หากไม่สามารถทำยอดขายได้เร็วพอ

    รองประธานบริหาร BYD เหอ จื้อฉี สะท้อนความกังวลของผู้ผลิตออกมาอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเดือนที่ผ่านมา เขาโพสต์ภาพบน Weibo ซึ่งระบุว่า มีรถยนต์ถึง 542 รุ่นเปิดตัวในช่วงเดือนม.ค.-พ.ค. คิดเป็นค่าเฉลี่ย 3.6 รุ่นต่อวัน หรือแทบจะพอๆ กับจำนวนมื้ออาหารที่คนเรากินในแต่ละวัน

    ตัวเลขดังกล่าวดูเหมือนจะรวมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปด้วย แต่สารสำคัญอยู่ที่ความรู้สึกของผู้ผลิตรายใหญ่เองว่า การแข่งขันกำลังเดินทางไปไกลเกินกว่าการเปิดตัวสินค้าเพื่อสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภค

    เหอระบุว่า แม้บริษัทจะลงทุนถึง 1,000 ล้านหยวน หรือราว 149 ล้านดอลลาร์ต่อรถยนต์หนึ่งรุ่น และใช้เวลาพัฒนานานกว่า 2 ปี แต่ช่วงเวลาที่รถรุ่นนั้นทำยอดขายได้สูงสุดอาจอยู่ไม่ถึง 3 เดือน เขาเรียกการแข่งขันในตลาดว่า “โหดร้าย” และเปรียบตลาดรถยนต์จีนเหมือนโรงยิมที่บังคับให้บริษัทต่างๆ ต้องฟิตขึ้นอยู่ตลอดเวลา

    ปัญหาสำคัญอีกด้านคือ ตลาดรถยนต์จีนกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านจากยุค “ขายรถให้คนที่ยังไม่มีรถ” ไปสู่ยุค “ขายรถให้คนที่มีรถอยู่แล้ว”

    วิลเลียม หลี่ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nio บริษัทสตาร์ตอัป EV ของจีน กล่าวเมื่อกลางเดือนมิ.ย.ว่า เขาไม่คาดว่าความต้องการรถยนต์ภายในประเทศจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี เพราะหลายครัวเรือนมีรถยนต์อยู่แล้ว

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์จีนเติบโตจากการที่ประชาชนจำนวนมากซื้อรถยนต์คันแรก แต่เมื่ออัตราการครอบครองรถยนต์เพิ่มขึ้น ประกอบกับรถพลังงานใหม่ราคาถูกลง โจทย์ของผู้ผลิตจึงเปลี่ยนจากการเพิ่ม “จำนวนคนซื้อ” ไปสู่การแย่งชิง “คนเปลี่ยนรถ”

    หลี่มองว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จีนจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดจากยุคที่การเติบโตวัดด้วยจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น ไปสู่ยุคที่ต้องคำนึงว่าผู้บริโภคมีรถอยู่แล้ว และจะตัดสินใจเปลี่ยนรถเมื่อใด รวมถึงเหตุผลอะไรที่จะทำให้รถคันใหม่มีคุณค่ามากกว่าคันเดิม

    อย่างไรก็ดี ท่ามกลางตลาดรถยนต์โดยรวมที่ซบเซา หลี่กลับมองว่าจีนกำลังเร่งเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเร็วขึ้น โดยยกนอร์เวย์เป็นตัวอย่าง ซึ่งสัดส่วนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าขยับขึ้นไปถึงราว 90% และเชื่อว่าจีนอาจกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

    เหตุผลสำคัญคือ ในมุมมองของเขา ประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับจากรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีมากกว่าความไม่สะดวกจากการชาร์จไฟหรือการสลับแบตเตอรี่แล้ว นั่นหมายความว่า แม้ยอดขายรถยนต์รวมจะเผชิญแรงกดดัน แต่การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์แบบเดิมไปสู่รถยนต์พลังงานใหม่ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก

    รัฐบาลจีนเองกำลังวางเดิมพันกับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ โดยเมื่อต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศแผนเพิ่มสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ในรถยนต์ที่มีอยู่ทั้งหมดของประเทศให้แตะ 30% ภายในปี 2573 จากระดับ 13% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.ปีนี้

    ขณะเดียวกัน อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนประเมินไว้ตั้งแต่เดือนเม.ย.ว่า รถยนต์พลังงานใหม่อาจคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในจีนภายในปี 2573

    ภาพรวมจึงกลายเป็นความย้อนแย้งครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน—ตลาดรถยนต์กำลังหดตัว แต่ตลาด EV ยังต้องโต ผู้ผลิตจึงไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากต้องเร่งพัฒนาและเปิดตัวรถใหม่ ขณะที่คู่แข่งก็ทำแบบเดียวกัน จนเกิดวงจร “ใครช้ากว่าอาจเสียตลาด ใครเร็วเกินไปอาจเผากำไร”

    “Crazy Thursday” จึงอาจไม่ใช่เพียงวันหนึ่งที่รถใหม่ถูกเปิดตัวพร้อมกันจนสื่อจีนต้องตั้งชื่อให้ติดหู แต่เป็นภาพจำลองของสมรภูมิรถยนต์จีนในยุคใหม่—ยุคที่การมีรถดีหนึ่งรุ่นอาจไม่พอ เพราะก่อนผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อ คู่แข่งอาจเปิดตัวรถใหม่ออกมาอีกสามรุ่นแล้ว

    สำหรับผู้ผลิตรถยนต์จีน บททดสอบต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าใครสร้าง EV ได้ดีที่สุด แต่คือใครสามารถอยู่รอดในเกมที่ต้องออกสินค้าเร็วขึ้น ใช้เงินมากขึ้น และแย่งลูกค้าจากตลาดที่ไม่ได้ขยายตัวเร็วเหมือนในอดีตได้

    ท้ายที่สุดแล้ว สงคราม EV ครั้งนี้อาจไม่ได้มีผู้ชนะมากเท่าที่มีผู้รอดชีวิต เพราะในวันที่รถใหม่ออกจากสายการผลิตแทบทุกวัน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ใครขายได้มากที่สุด” แต่เป็น “ใครยังเหลือกำไรอยู่ในวันที่การแข่งขันจบลง”

    https://www.facebook.com/share/p/1DFML2d9kB/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Weather: “ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” กำลังร้อนขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติราว 2 องศาเซลเซียส ความร้อนที่เพิ่มขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงพื้นที่ชายฝั่ง นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า คลื่นความร้อนในทะเลอาจเกิดถี่และรุนแรงขึ้น สะท้อนผลกระทบของโลกร้อนที่กำลังขยายตัวสู่มหาสมุทร
    .
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในคอมเมนต์ด้านล่าง...
    .
    ที่มา: Reuters
    _____
    #TNNEARTH #คาร์บอน #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #ก๊าซเรือนกระจก #โลกร้อน #โลกเดือด #เอลนีโญ #ซูเปอร์เอลนีโญ


    อ่านข่าวต่อที่นี่...https://www.tnnthailand.com/earth/244600/
    https://www.facebook.com/share/p/1DfwevXLT4/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตา 7 สัญญาณความเคลื่อนไหวกัมพูชา ตั้งแต่การเคลื่อนกำลัง อาวุธ สงครามข้อมูล ไปจนถึงพฤติกรรมผิดปกติ ขณะที่รัฐเดินหน้าเสริมความปลอดภัย พื้นที่ส่วนหลัง 7 จังหวัดชายแดน อัดงบกลางกว่า 433 ล้านบาท สร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย หอกระจายข่าว และระบบสื่อสาร รับมือสถานการณ์ตั้งแต่ “เฝ้าระวัง” ไปจนถึงระดับ “ปะทะ”

    “ชายแดนไทย-กัมพูชา” เข้าสู่โหมดติดตามและเฝ้าระวังท่ามกลางความกังวล หลัง “ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา” หรือ JIC ออกมาสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน พร้อมระบุว่า “กองทัพ” เตรียมมาตรการป้องกันภัยคุกคามที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น

    การประเมินสถานการณ์ให้ความสำคัญกับความเคลื่อนไหวของกัมพูชา โดยกำหนดสัญญาณที่ต้องจับตาไว้ 7 ประการ ได้แก่

    1.) การเคลื่อนย้ายกำลังที่ผิดปกติ

    เพิ่มกำลังทหารในพื้นที่แนวชายแดนผิดปกติไปจากเดิม เคลื่อนย้ายหน่วยรบหรือหน่วยพิเศษเข้าพื้นที่แนวชายแดน พบการฝึกซ้อมร่วมขนาดใหญ่ใกล้แนวชายแดน

    2.) การเพิ่มกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์

    เพิ่มอาวุธหนัก ปืนใหญ่ จรวด BM-21 รถถัง และระบบป้องกันภัยทางอากาศ - ตรวจพบกระสุนหรือวัตถุระเบิดจำนวนมาก - ปรับปรุงฐานยิง หลุมหลบภัย และคลังอาวุธ

    3.) กิจกรรมการข่าวและสงครามข้อมูลข่าวสาร

    เพิ่มการสอดแนม ใช้โดรนหรือบอลลูนใกล้แนวชายแดน - ปล่อยข่าวปลอม สร้างกระแสเกลียดชัง หรือปลุกปั่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ - รบกวนการสื่อสารหรือสัญญาณของไทย

    4.) การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร

    สร้างถนน สะพาน ท่าเรือ สนามบิน ใกล้แนวชายแดน ขุดคู สร้างคูเลต และแนวกำบัง สร้างฐานทัพชั่วคราว จุดรวมพล

    5.) การทูตและพฤติกรรมทางการเมือง

    ใช้ถ้อยแถลงแข็งกร้าวและเพิ่มวาทกรรมชาตินิยม ยื่นหนังสือประท้วง กล่าวหาซ้ำๆ ถอนตัวหรือไม่เข้าร่วมกลไกการเจรจาที่ตกลงกันไว้

    6.) การเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่

    รวมตัวชุมนุมใกล้แนวชายแดน - อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง - แจกจ่ายเสบียง จัดตั้งที่พักพิงขนาดใหญ่

    7.) พฤติกรรมที่ผิดปกติ

    กักตุนเชื้อเพลิง อาหาร และเวชภัณฑ์ - เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจผิดปกติในพื้นที่เสี่ยง - เปลี่ยนแปลงระเบียบการผ่านแดนอย่างกะทันหัน

    ระดับการแจ้งเตือน “ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา” กำหนดไว้ 5 ระดับ พร้อมแนวทางรับมือ ดังนี้

    ระดับ 1 : เฝ้าระวัง พบสัญญาณบางประการ แต่ยังไม่ปรากฏความผิดปกติอย่างชัดเจน และยังไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคง

    ระดับ 2 : น่ากังวล พบสัญญาณหลายปัจจัยที่เริ่มผิดปกติจากเดิม ฝ่ายไทยจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจและเตรียมกำลัง

    ระดับ 3 : เสี่ยงสูง หากสัญญาณหลายด้านสอดคล้องกันและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยจะเตรียมกำลังรบตามแผนป้องกันประเทศเชิงรุก

    ระดับ 4 : วิกฤติ หากมีการจัดวางกำลังพร้อมรบและมีแนวโน้มจะใช้กำลัง ฝ่ายไทยจะเตรียมปฏิบัติการตอบโต้ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่

    ระดับ 5 : ปะทะ หากมีการใช้อาวุธหรือเริ่มการโจมตีในพื้นที่เป้าหมาย ฝ่ายไทยจะดำเนินการตามแผนป้องกันประเทศและตอบโต้เต็มรูปแบบ

    รัฐอัดงบ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย

    การเตรียมความพร้อมดังกล่าวสอดรับกับการประชุมคณะรัฐมนตรี โดย “ลลิดา เพริศวิวัฒนา” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 433,519,268 บาท ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัย

    งบประมาณดังกล่าวครอบคลุม 3 กิจกรรมเร่งด่วน ได้แก่ สร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 1,669 แห่ง วงเงิน 361,021,218 บาท สร้างหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน 143 แห่ง วงเงิน 22,880,000 บาท ปรับปรุงระบบสื่อสารวิทยุเฉพาะกิจแบบดิจิทัล ให้ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา วงเงิน 49,618,050 บาท

    “หัวใจสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนในกรณีเกิดเหตุปะทะ พร้อมทำให้ข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากภาครัฐสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รวดเร็ว ถูกต้อง และทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินที่การสื่อสารมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” ลลิดา กล่าว

    โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งมีบทบาทในการดูแลความสงบเรียบร้อย คุ้มครองประชาชน ตลอดจนดูแลบ้านเรือนและทรัพย์สินในกรณีที่ประชาชนจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่

    ก่อนหน้านี้ สำนักงบประมาณได้พิจารณากรอบวงเงิน 493,819,268 บาท ครอบคลุม 4 กิจกรรม ซึ่งรวมถึงการจัดหาอาวุธปืนลูกซอง 1,675 กระบอก วงเงิน 60.3 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการจัดหาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาและขออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยจึงเสนอให้ดำเนินการเฉพาะ 3 กิจกรรมที่มีความพร้อมและมีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน ทำให้วงเงินที่เสนอขออนุมัติครั้งนี้อยู่ที่ 433.52 ล้านบาท

    “รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอันดับแรก งบประมาณครั้งนี้จึงมุ่งไปยังสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเร่งดำเนินการได้ทันที ทั้งพื้นที่หลบภัยและระบบสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนและความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

    กมธ.ทหาร ตรวจบังเกอร์-เส้นทางส่งกำลัง

    ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการทหาร (กมธ.การทหาร) สภาผู้แทนราษฎร นำโดย “เอกราช อุดมอำนวย” ประธานคณะกรรมาธิการ นำคณะตรวจเยี่ยมกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. กองทัพเรือ ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี โดยมี พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) และผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) ให้การต้อนรับ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของบังเกอร์ หลัง “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” สส.พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร คนที่ 3 ตั้งคำถามถึงคุณภาพ ราคา และความคุ้มค่า รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย

    “ได้รับข้อมูลจาก กปช.จต.ว่า หน่วยนาวิกโยธินรับผิดชอบชายแดน ซึ่งกินพื้นที่กว่า 250 กิโลเมตร มีถิ่นทุรกันดาร ซึ่งในแต่ละจุดทาง ผบ.นย.ยืนยันว่า พยายามเข้าให้ถึงพื้นที่ ซึ่งอาจมีบางจุดที่แร้นแค้น ได้วางแผนว่าจุดไหนมีความผันแปร หรือมีการเปลี่ยนจุดจู่โจม จะไปตรวจสอบ เพราะมีความเป็นห่วงกำลังพล ในขณะที่ต้องสู้ไป ทำไป และต้องโยกย้ายกำลังพลไป ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้กำลังพลปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพบังเกอร์ เพราะหลายจุดที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ บางครั้งกว่าจะไปเติมหรือไปดำเนินการก็ค่อนข้างมีอุปสรรค และหากมีเหตุปะทะก็จะทำให้เกิดความล่าช้า” ฉัตรกล่าว

    สำหรับ “บังเกอร์” ที่เป็นประเด็นดังกล่าว ได้รับการชี้แจงว่า เป็นการก่อสร้างในช่วงการสู้รบรอบแรก โดยมีการนำงบประมาณของกองทัพเรือมาใช้ เพื่อดำเนินการสร้างความมั่นคงแข็งแรงในพื้นที่ก่อน จากนั้นจึงได้รับงบกลางเข้ามาเพิ่มเติม โดยการก่อสร้างดำเนินการควบคู่ไปกับสถานการณ์สู้รบ

    ส่วนตัวเลขค่าก่อสร้างหลังละประมาณ 50,000 บาท เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นสำหรับการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ไม่ได้กำหนดสเปกโดยเฉพาะ เนื่องจากอยู่ในช่วงการสู้รบ ซึ่งกองทัพมีความจำเป็นต้องสร้างที่มั่นเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่

    ต่อมากองทัพ ได้ปรับปรุงและพัฒนาให้บังเกอร์มีความแข็งแรงมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงินทอน และจะให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของกำลังพล โดยจากการรับฟังข้อมูลจากฝ่ายทหาร ฉัตรระบุว่า เข้าใจถึงความจำเป็นดังกล่าว

    นอกจากนี้ กมธ.การทหารยังได้ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชายแดน จ.ตราด เพื่อรับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงตรวจเส้นทางการส่งกำลังบำรุงและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า และเส้นทางคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลตามแนวชายแดน

    ทั้งหมดจึงเป็นภาพของการทำงานที่สอดประสานกันหลายระดับ ตั้งแต่ รัฐบาลที่อนุมัติงบกลางเพื่อดูแลพื้นที่ส่วนหลังใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งบังเกอร์ หอกระจายข่าว และระบบสื่อสารวิทยุดิจิทัล เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

    ขณะที่ กองทัพเตรียมความพร้อมด้านกำลังและแผนรับมือ ส่วน กมธ.การทหารลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานและความพร้อม ทั้งหมดเป็นการเตรียมการรองรับภัยคุกคามตามแนวชายแดน ตั้งแต่ระดับ “เฝ้าระวัง” ไปจนถึงระดับ “ปะทะ”

    โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าชายแดนจะเดินไปถึงระดับใด แต่คือการทำให้ทุกระดับของการเตือนภัยสามารถแปลงเป็นมาตรการที่ปกป้องประชาชนและกำลังพลได้จริง ก่อนที่ “ปรอทชายแดน” จะไต่ขึ้นถึงจุดแตกหัก

    #เนชั่นสุดสัปดาห์ #การเมือง #ข่าวล่าสุด #กองทัพ #ชายแดน #กัมพูชา
    https://www.facebook.com/share/19CBTghaCb/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    GDP กาตาร์ติดลบ -8.6%

    เศรษฐกิจพังหนักสุดในรอบ 40 ปี

    เพราะผลจากสงครามอิหร่าน

    สงครามอิหร่านกำลังสร้าง Economic Shock ครั้งใหญ่ให้ “อ่าวอาหรับ” — และกาตาร์อาจเจ็บหนักกว่าอิหร่านเอง ?

    ข้อมูลในโพสต์ระบุว่า IMF คาด GDP กาตาร์ปี 2026 อาจหดตัวถึง -8.6% ซึ่งหากเป็นจริง จะเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ ขณะที่อิหร่านซึ่งเผชิญทั้งสงครามและมาตรการคว่ำบาตร ถูกระบุว่าหดตัวราว -5.4%

    เหตุผลสำคัญคือสงครามไม่ได้กระทบเฉพาะอิหร่าน แต่กำลังส่งแรงกระแทกเข้าสู่ Energy Infrastructure และเส้นทางส่งออกของประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย

    กาตาร์ GDP -8.6% ตามตัวเลขที่โพสต์อ้างจาก IMF เทียบกับอิหร่านราว -5.4%
    โครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเส้นทางส่งออกได้รับผลกระทบจากสงคราม
    ความยากลำบากในการขนส่งก๊าซผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ กระทบกาตาร์โดยตรง เพราะ LNG เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ
    โพสต์ระบุว่ากาตาร์ลดงบประมาณหน่วยงานภาครัฐบางส่วนสูงสุด 30% และลดเงินช่วยเหลือต่างประเทศราว 85%
    คูเวตก็ถูกคาดว่าจะเผชิญเศรษฐกิจหดตัวเช่นกัน

    ตัวเลขที่สะดุดตาที่สุดคือ หากประมาณการดังกล่าวถูกต้อง GDP ของกาตาร์จะหดตัวมากกว่าอิหร่านประมาณ 3.2 Percentage Points ทั้งที่อิหร่านเป็นประเทศเป้าหมายหลักของแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

    นี่กำลังสะท้อนความเสี่ยงสำคัญของสงครามรอบนี้ว่า...

    Economic Damage อาจไม่ได้หยุดอยู่ที่ประเทศคู่สงคราม แต่กำลังลามไปยังประเทศผู้ส่งออกพลังงานที่อยู่รอบช่องแคบฮอร์มุซด้วย

    สำหรับนักลงทุน ต้องจับตาต่อทั้ง LNG, น้ำมัน, Shipping, เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจประเทศอ่าวอาหรับ เพราะหากการขนส่งผ่านฮอร์มุซยังมีปัญหา ผลกระทบอาจส่งต่อไปถึงต้นทุนพลังงานทั่วโลก

    เมื่อความขัดแย้งเพียงจุดเดียว สามารถกระทบตั้งแต่ GDP กาตาร์ → LNG → น้ำมัน → เงินเฟ้อ → Fed → ตลาดหุ้นทั่วโลก

    คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “หุ้นตัวไหนจะขึ้น ?”
    แต่คือ “โลกกำลังเปลี่ยนไปทางไหน และเงินทุนจะไหลไปอยู่ตรงไหนต่อ ?”

    https://www.facebook.com/share/19cBy4Y5wj/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ∆... "จนตรอกไม่มีใครสนใจซื้อพันธบัตรอเมริกา: เดินสู่ฟองสบู่แตก"

    ***... แรงกดดันมหาศาลที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

    1)... บริบทหนี้สหรัฐฯ ทะลุ $40 Trillion

    ยอดหนี้สาธารณะทำสถิติสูงสุด:

    หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งสูงทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ( $40 Trillion ) ส่งผลให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องออกขายพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่จำนวนมหาศาลเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สูงต่อเนื่อง

    อัตราผลตอบแทน (Yield) พุ่งสูงขึ้น:

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (เช่น อายุ 10 ปี และ 30 ปี) พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสิบปี (พันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับกว่า 5.2% - 5.3%) เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการถือพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ มีความเสี่ยงมากขึ้น (Fiscal & Inflation Risk Premium)

    ***2)... ปัจจัยภายนอก: การแข่งขันจากพันธบัตรต่างประเทศ (Overseas Competition)

    ... พันธบัตรต่างประเทศให้ผลตอบแทนจูงใจขึ้น:

    ในอดีต พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นตัวเลือกที่ไร้คู่แข่งเพราะให้ผลตอบแทนดีกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ

    แต่ปัจจุบัน รัฐบาลในยุโรปและเอเชียต่างประสบปัญหา "ขาดดุลงบประมาณ" และเร่งออกพันธบัตรด้วยเช่นกัน

    ส่งผลให้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก (เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ) ปรับตัวสูงขึ้นตาม

    ... แรงจูงใจในการซื้อหนี้สหรัฐฯ ของต่างชาติต่ำลง:

    เมื่อพันธบัตรในประเทศตนเองหรือภูมิภาคอื่นให้ผลตอบแทน (Yield) ที่สูงขึ้น นักลงทุนสถาบันและธนาคารกลางต่างประเทศ (เช่น ญี่ปุ่น จีน และสหราชอาณาจักร) จึงมีทางเลือกมากขึ้น และเริ่มชะลอการซื้อหรือลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลง

    ***3)... ปัจจัยคู่แข่งภายใน: การถูกแย่งสภาพคล่องจากภาคเอกชน (AI Infrastructure Buildout)

    หุ้นกู้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscalers): ไม่เพียงแต่ต้องแข่งกับพันธบัตรต่างประเทศ แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังต้องแข่งกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อนำไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI (Data Centers & AI Infrastructure)

    ***... แย่งเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน:

    ... หุ้นกู้ภาคเอกชนเกรดดีเหล่านี้เสนอผลตอบแทน (Yield) ที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดพันธบัตรถูกดึงออกไปอีกขั้น

    4)... ผลกระทบและมาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลสหรัฐฯ

    วงจรอุบาทว์ของภาระดอกเบี้ย:

    ... ยิ่งผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) สูงขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยิ่งมีภาระจ่ายดอกเบี้ย (Interest Expense) สูงขึ้นตาม ซึ่งคาดว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิของรัฐบาลจะทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้การขาดดุลงบประมาณยิ่งแย่ลงไปอีก

    ... มาตรการขยายการรับซื้อคืนพันธบัตร (Buyback Program): กระทรวงการคลังสหรัฐฯ นำโดย Scott Bessent ต้องออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อพยุงตลาด โดยเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (Buybacks) จากเดิม $2 พันล้าน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย $4 พันล้านต่อรอบ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องและดึง Yield ให้ลดลง

    ***... ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง:

    ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีและ 30 ปี เป็นเกณฑ์อ้างอิง (Benchmark) ของต้นทุนทางการเงินในระบบ ดังนั้นการที่ Yield ค้างในระดับสูง

    จะส่งผลให้ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน (Mortgage Rates), สินเชื่อภาคธุรกิจ และดอกเบี้ยกู้ยืมต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นตาม
    (***... ชวนแล้วใกล้แล้วฟองสบู่ใกล้จะแตกแล้วใครมีเงินซื้อทองซื้อเงินเยนญี่ปุ่นไว้ด้วย ... )

    https://www.facebook.com/share/1DDwpxxKZ1/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลสหรัฐส่งสัญญาณเตรียมขึ้นภาษีอีก 7.5% กับสินค้าจีนที่ผลิตล้นตลาดและส่งออกมาสหรัฐอเมริกา คาดจะประกาศใช้ก่อนปธน.สีจิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐตามคำเชิญของปธน.ทรัมป์ในกันยายนนี้ BTimes

    https://www.facebook.com/share/19EquYeNsZ/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! สหรัฐแถลงมาตรการโจมตีศก.อิหร่าน คว่ำบาตรเกือบ 60 องค์กรและบุคคล ตัด 5 ช่องทางศก. สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และขนส่งเดินเรืออิหร่าน ชาติใดช่วยอิหร่านจะถูกตัดออกจากระบบเงินดอลลาร์ BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/18Ca1zwgPK/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! 22.25 น.ปธน.ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีสูง 50% กับรถยนต์และรถบรรทุกทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ชิ้นส่วน-อะไหล่รถ และเหล็กของแคนาดา มีผล 1 ม.ค.2027 สหรัฐไม่จำเป็นต้องการแคนาดา แต่แคนาดาจำเป็นต้องการสหรัฐ BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/19TbJFbiSs/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พล.อ.วง พิเสน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นว่าการปะทะกันด้วยอาวุธสองรอบเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของไทย รวมถึงการไม่เคารพข้อตกลงที่มีอยู่

    อ่านเพิ่มเติมในคอมเมนต์ >>

    #MGRonline #กัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา


    เหมือนท่องบทกันมา! ผบ.สส.กัมพูชาโทษไทยรุกราน-ไร้มนุษยธรรม อ้างต่างชาติรู้ใครถูกใครผิด

    https://mgronline.com/indochina/detail/9690000083506
    https://www.facebook.com/share/1ENUi6918G/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,052
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยถอดบทเรียนเวียดนาม ปฏิรูปราชการให้ทันโลก ลดขั้นตอน–ลดคน–ลดงบ ปลดล็อกเศรษฐกิจ

    24 สิงหาคม 2569 บทเรียนจาก #เวียดนาม ถูกจับตาในไทย หลังรัฐบาลฮานอยเดินหน้า #ปฏิรูประบบราชการ ครั้งใหญ่แบบรวดเร็ว จากเดิม 63 จังหวัดและเทศบาล เหลือ 34 แห่ง ทั้ง #ยกเลิกการบริหารระดับอำเภอ และ #ปรับโครงสร้างระดับท้องถิ่น เพื่อ #ให้รัฐมีขนาดเล็กลง #ตัดงานซ้ำซ้อน และโยกทรัพยากรไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ
    .
    การปฏิรูปดังกล่าวเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 (2025) โดยเวียดนามใช้ทั้งการควบรวมหน่วยงาน การลดจำนวนบุคลากร และการปรับบริการภาครัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัล เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจติดต่อราชการได้ง่ายขึ้น ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าลดบุคลากรภาครัฐราว 250,000 คน และประหยัดงบประมาณประมาณ 7.2 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
    .
    เวียดนามลด “ชั้นราชการ” หวังเพิ่มความเร็วเศรษฐกิจ
    หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่แค่การ “ยุบจังหวัด” แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากราชการที่เน้นควบคุม มาเป็น รัฐที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก โดยนำบริการหลายประเภทมารวมไว้ในศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ และผลักดันบริการออนไลน์ผ่านระบบภาครัฐกลาง
    .
    อีกด้านคือ #การป้องกันการทุจริต ด้วยการ #ลดขั้นตอน และ #ลดดุลพินิจที่ไม่จำเป็น แทนที่จะพึ่งเพียงการไล่ตรวจสอบและลงโทษภายหลัง เพราะยิ่งมีกระบวนการมาก จุดเสี่ยงในการเรียกรับผลประโยชน์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
    ..
    บทวิเคราะห์ของ East Asia Forum ระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการปฏิรูประบบบริหารครั้งใหญ่ที่สุดของเวียดนามนับตั้งแต่การรวมประเทศ และมีผลทั้งต่อโครงสร้างรัฐ การเมือง และทิศทางเศรษฐกิจ
    .
    ไทยควรมอง “ระบบราชการ” เป็นคอขวดเศรษฐกิจ
    สำหรับประเทศไทย ประเด็นที่น่าถอดบทเรียนไม่ใช่การลอกแบบเวียดนามด้วยการยุบจังหวัดหรือยกเลิกอำเภอทันที แต่คือคำถามว่า โครงสร้างราชการของไทยยังซ้ำซ้อนและช้าเกินไปหรือไม่
    .
    ปัจจุบันการลงทุนขนาดใหญ่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน ทั้งใบอนุญาต ที่ดิน สิ่งแวดล้อม พลังงาน น้ำ แรงงาน และภาษี หากแต่ละหน่วยงานใช้ฐานข้อมูลและขั้นตอนของตัวเอง นักลงทุนอาจเสียเวลาไปกับ “การเดินเอกสาร” มากกว่าการสร้างธุรกิจจริง
    .
    บทเรียนจากเวียดนามจึงชี้ว่า การปฏิรูปราชการต้องวัดจากเวลาที่ประชาชนและธุรกิจประหยัดได้ ไม่ใช่แค่จำนวนหน่วยงานที่ถูกยุบ
    .
    ลดราชการ แต่ต้องไม่ลดประสิทธิภาพรัฐ ... โมเดลเวียดนามไม่ได้มีแต่ด้านบวก การควบรวมขนาดใหญ่ทำให้เจ้าหน้าที่จำนวนมากต้องปรับตัว ขณะที่ภาระงานของหน่วยงานระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และเกิดคำถามเรื่องการรวมศูนย์อำนาจมากเกินไป
    .
    ดังนั้น หากไทยนำบทเรียนนี้มาปรับใช้ สิ่งสำคัญคือ “ลดชั้น แต่เพิ่มอำนาจตัดสินใจที่ถูกต้อง” พร้อมระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ยุบหน่วยงานแล้วนำอำนาจทั้งหมดกลับเข้าส่วนกลาง
    .
    อีกโจทย์ใหญ่คือการเปลี่ยนจาก ราชการกระดาษ → ราชการดิจิทัล ให้เกิดขึ้นจริง โดยประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้ยื่นข้อมูลซ้ำหลายหน่วยงาน หากรัฐมีฐานข้อมูลกลางและสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันได้
    .
    เวียดนามเดินหน้า ไทยต้องไม่หยุดแค่ศึกษา
    เป้าหมายของเวียดนามคือใช้การปฏิรูประบบรัฐเป็นฐานรองรับการเติบโตระยะยาว และผลักดันประเทศสู่การเป็น ประเทศรายได้สูงภายในปี 2045
    .
    บทเรียนสำคัญสำหรับไทยจึงอาจไม่ใช่เรื่อง “เวียดนามยุบจังหวัดได้อย่างไร” แต่เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นว่า ทำอย่างไรให้รัฐตัดสินใจเร็วขึ้น ใช้งบประมาณคุ้มขึ้น และปลดล็อกภาคเอกชนได้มากขึ้น
    .
    เพราะในโลกที่การแข่งขันด้านการลงทุนไม่ได้แข่งกันเพียงค่าแรงหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป ประเทศที่ “รัฐเร็วกว่า” อาจดึงการลงทุนได้ก่อน
    .
    นี่อาจเป็นโจทย์ที่ไทยต้องตอบให้ได้ว่า จะปฏิรูประบบราชการก่อนที่ความล่าช้าของรัฐจะกลายเป็นต้นทุนของประเทศหรือไม่
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/1EqbHpEsy4/
     

แชร์หน้านี้

Loading...