เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 1 พฤศจิกายน 2026 เวลา 21:59.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 4 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 4 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,356
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,293
    ค่าพลัง:
    +27,031
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,356
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,293
    ค่าพลัง:
    +27,031
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้ กระผม/อาตมภาพไปถึงลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ บ้านหนองหญ้าขาว ตำบลหนองบัว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ ๕ โมงเย็นเท่านั้น ต้องบอกว่าเป็นคุณงามความดีของพลขับล้วน ๆ ก็คือ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นตัวกระผม/อาตมภาพเองแล้ว ต่อให้ขับรถเอง ไปถึงก็คงจะหมดสภาพ ทำอะไรไม่ไหว..!

    แต่ด้วยความที่ว่ามีบุคคลที่เหนื่อยแทน ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งแบบนี้ จึงทำให้เพื่อนพระสังฆาธิการจำนวนมากบอกว่า "หลวงพ่อเล็กมีพลขับที่สุดยอดมาก" เนื่องเพราะว่าของคนอื่นนั้น ส่วนใหญ่ต้องจ้างไป แต่ของกระผม/อาตมภาพเอง ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นญาติพี่น้องของตน

    ในตอนแรกก็นำเอาพี่เขยมาขับรถให้ ได้ประมาณ ๒ ปีกว่าไม่ถึง ๓ ปี ก็ขอบวชแล้วก็ตายในผ้าเหลืองไปเลย จากนั้นก็เป็นหลานชายมาขับให้ ๗ เดือน ก็ไปบวชที่วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร แล้วก็หายเข้าป่าไป ไม่ทราบเหมือนกันว่าไปอยู่โลกไหน ?! ต่อมาก็เป็นน้องชาย ขับให้ประมาณปีกว่า ก็บวชและธุดงค์หายไปอีกท่านหนึ่ง จนเหลือแค่ "น้องเล็ก" คนเดียวเท่านั้น

    ตอนแรก ๆ บรรดาเพื่อนพระสังฆาธิการและเจ้าคณะปกครอง ก็คิดว่าคงขับให้ไม่กี่วัน เจองานหนัก ๆ จากคนบ้างานอย่างกระผม/อาตมภาพเข้าก็คงจะไม่ไหว แต่ปรากฏว่าตอนนี้ผ่านไป ๑๐ กว่าปีแล้ว ยังคงทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ต้องขอเจริญพรขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้

    เมื่อไปถึง "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" (พระครูสมุห์เจษฎา โชติปญฺโญ) ประธานที่พักสงฆ์ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ ก็รีบมาถวายการต้อนรับ แต่พอเข้าไปในที่พัก สิ่งแรกที่กระผม/อาตมภาพขอร้องเลยก็คือ "นำวัตถุทุกอย่างที่เป็นตัวปรับอากาศและมีกลิ่นหอมออกไปให้หมด ประการที่สองก็คือเครื่องปรับอากาศ ให้เพิ่มจาก ๑๘ องศาเซลเซียส ให้ขึ้นมาเป็น ๒๗ องศาเซลเซียส ไม่เช่นนั้น กระผม/อาตมภาพอาจจะถึงแก่สิ้นชีวิตได้..!"
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,356
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,293
    ค่าพลัง:
    +27,031
    เมื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวพักผ่อนเลย แต่ก่อนจะสรงน้ำ ก็ยังสงสัยว่าทำไมที่พักอยู่ในวัด แต่ว่าลักษณะทุกอย่างเหมือนกับโรงแรม ? จนกระทั่งไปเจอตัวหนังสือที่เขียนอยู่ ถึงได้รู้ว่าเป็นโรงแรมของที่นี่เอง ซึ่งความคิดเช่นนี้ กระผม/อาตมภาพก็เคยมี ถึงขนาดไปตระเวนดูหอพักแถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถึง ๕ - ๖ แห่ง เพื่อที่จะนำรูปแบบที่ดีที่สุด มาสร้างเป็นที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ

    เนื่องเพราะว่าประการแรก ถ้ากระผม/อาตมภาพสร้าง อย่างน้อยก็ต้องมี ๕๐ หรือว่า ๑๐๐ ห้อง แล้วการที่คนเป็นร้อย ๆ มาพักอยู่รวมกัน สารพันปัญหาย่อมจะเกิด ถ้าไม่ใช่ผู้บริหารระดับมืออาชีพที่เรียนการโรงแรมมาโดยตรงแล้ว คาดว่าคงจะสู้ปัญหาตรงนี้ไม่ไหว เอาแค่ว่าคนสัก ๓๐๐ - ๔๐๐ คน มาถ่ายหนักอย่างเดียวเท่านั้น ปัญหาของการดูดส้วมก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร..! แล้วในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการแย่งงานของชาวบ้านอีกด้วย บรรดารีสอร์ท โฮมสเตย์ บังกะโล หรือว่าโรงแรม ก็คงจะขาดรายได้ไปเป็นจำนวนมาก

    กระผม/อาตมภาพจึงตัดใจไม่ทำห้องพักขึ้นมา ถึงเวลาใครไปก่อนก็ได้ที่พักก่อน ใครไปทีหลัง หรือว่ารังเกียจการพักรวมกับผู้อื่น ก็ไปหาที่พักกันตามอัธยาศัย ซึ่งงานใหญ่ ๆ อย่างเช่นงานบวงสรวงไหว้ครูประจำปี และเป่ายันต์เกราะเพชร ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ก็คืออีกไม่กี่วันนี้ สถานที่พักรอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นไทรโยค ทองผาภูมิ ล้วนแต่เต็มหมดแล้ว..!

    ยังไม่ทราบว่าสังขละบุรีและอำเภอเมืองเป็นอย่างไร ? จนกว่าจะมีคนมารายงานเท่านั้น ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่ว่า ถ้าเราไปทำในลักษณะนั้น ก็เท่ากับปิดทางทำกินของชาวบ้านเขา จึงต้องตัดใจ ปล่อยให้ญาติโยมทั้งหลายลำบากสักนิดหนึ่ง แต่ว่าจะได้รับความสะดวกสบายในการบริการมากกว่าอยู่วัด

    ในช่วงเช้า กระผม/อาตมภาพมาฉันเช้าร่วมกับ "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร "ท่านติงลี่" (พระอธิการสมมาศ คุณาธิโก) เจ้าอาวาสวัดประตูด่าน จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็ยังมี "ครูบาวิฑูรย์ ชินวโร" ประธานที่พักสงฆ์ปรียนันท์ธรรมสถาน จังหวัดนครสวรรค์ ที่มานั่งเชียร์เป็นกำลังใจอยู่ใกล้ ๆ ไม่ทราบเหมือนกันว่าฉันมาแล้วหรือว่าอย่างไร ?
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,356
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,293
    ค่าพลัง:
    +27,031
    ครั้นอิ่มแล้วไปเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็มากราบพระประธานองค์ใหญ่ คือสมเด็จองค์ปฐม ที่กระผม/อาตมภาพเป็นผู้วางศิลาฤกษ์ไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เพิ่งจะมาเสร็จเรียบร้อยทุกอย่าง และจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและประกอบพระเกตุมาลาในวันนี้เอง

    กระผม/อาตมภาพมองไปรอบด้าน ซึ่งมีสารพัดพญานาค มีท้าวเวสสุวรรณและยักษ์บริวาร มีเจ้าแม่กวนอิม สำหรับบรรดา "สายมู" มาขอพร ก็ยังเรียนบอก "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" ว่า "คุณจะสร้างอะไรก็ได้ ถ้าเป็นการดึงคนเข้าวัดผมไม่ว่า แต่ขอไว้อย่างหนึ่งว่า ในบริเวณนั้นขอให้มีพระพุทธรูปเป็นองค์ประธานอยู่เสมอ" "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" บอกว่า "เกล้าฯ เองก็คิดในเรื่องนี้อยู่เหมือนกับขอรับ และจะทำตามที่หลวงพ่อให้คำแนะนำ"

    เมื่อได้เวลา กระผม/อาตมภาพก็กราบขอบารมีพระ ขออนุญาตในการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แล้วก็ชมการแสดงของบรรดาคณะศิษย์ครูบาหน่อแก้วฟ้า พร้อมกับแจกรางวัลให้กับนักแสดงทั้งหลายตามระเบียบ เนื่องเพราะว่าทำหน้าที่นี้มาจนเคยชิน เนื่องจากว่าดำรงตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิมานาน เป็นผู้ที่คอยแจกรางวัลให้กับนักแสดง เสียจนกระทั่งไปไหนถ้าไม่ได้แจกก็รู้สึกว่าผิดปกติ..!

    ครั้นได้เวลาแล้ว "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" ก็นิมนต์กระผม/อาตมภาพ พร้อมกับผ้าไตร และปัจจัยกฐินปลดหนี้ เพื่อนำไปแห่องค์กฐิน รอบบริเวณที่พักสงฆ์ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ

    น่าเสียดายว่าทีมกลองสะบัดชัย ซึ่งเดินทางมายาวไกลจากจังหวัดพะเยานั้น มาถึงเอาตอนช่วงท้ายแล้ว จึงมารับหน้าที่บริเวณทางเข้า แต่ก็มาแสดงให้ในลักษณะชดเชย จนกระทั่งครบตามการแสดงของตน ต้องบอกว่า "เป็นทีมกลองสะบัดชัยที่มีการแสดงได้คล่องตัวมาก ๆ"

    กระผม/อาตมภาพชี้ให้ "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" ดูว่า พระเถระที่มานั้นมีความเนื่องกันแบบไหน ? ถ้าเป็น "หลวงพ่อนิล" ก็คือพญานาค เพราะว่าตราของอาศรมศรีชัยรัตนโคตรก็เป็นนาคเกี้ยว ถ้าเป็น "ครูบาเหนือชัย" เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง จังหวัดเชียงราย ซึ่งนั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ นี้ก็เป็นทีมกลองสะบัดชัย เหล่านี้เป็นต้น ถ้าหากว่าเราไม่คิด บางทีก็จะไม่รู้ว่าทำไมแต่ละคน แต่ละท่าน ถึงได้มาเจอกันในชีวิตนี้ โดยที่ไม่ทราบถึงบุญสัมพันธ์กรรมสัมพันธ์ของตนเอง

    ที่คิดไม่ถึงก็คือ "หลวงปู่นริศ นรินฺโท" ลานธรรมบารมีศรีปทุมแสงธรรมหนอ จังหวัดพังงา ก็อุตส่าห์ปรากฎตัวด้วย มาถึงก็บอกว่า "วันนี้มีขึ้นกระเช้า นิมนต์หลวงพ่อเล็กนะครับ ผมสละสิทธิ์ตามเคย" แม้น้องเล็กบอกว่า "นิมนต์หลวงปู่ขึ้นด้วยเถิดเจ้าค่ะ" หลวงปู่นริศท่านก็บอกว่า "กูยังกลัวตายอยู่..!" ทำเอาพวกเราหัวเราะเฮฮาเป็นการใหญ่
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,356
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,293
    ค่าพลัง:
    +27,031
    เมื่อการแสดงทุกอย่างจบลงแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย กราบขออนุญาตในการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประกอบพระเกตุถวายสมเด็จองค์ปฐมองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นประธานในลานธรรมแห่งนี้

    เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ไปจุดธูปเทียนบูชารูปเหมือนของ "หลวงปู่ปาน" วัดบางนมโค และ "หลวงพ่อฤๅษีฯ" วัดท่าซุง จากนั้นก็ได้ยกเอาส่วนของพระเกตุมาลา ซึ่งขนาดใหญ่พอกับตัวกระผม/อาตมภาพ ขึ้นไปบนกระเช้า

    "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" "เสี่ยกัง" (นายนิพนธ์ แซ่กัง) ซึ่งวันนี้เป็นตากล้องถ่ายทอดสดวิดีโอ พร้อมกับลูกศิษย์ครูบาหน่อแก้วฟ้าอีกท่านหนึ่ง ช่วยกันประคับประคองพระเกตุมาลา ซึ่งสูงเกือบเท่าตัวกระผม/อาตมภาพขึ้นไป โดยที่ทุกคนก็ลืมไปว่าพระเกตุมาลานั้นหนักขนาดไหน !? ถ้าหากว่าไม่ใช่แข็งแรงระดับ "แรดเรียกพี่" อย่างกระผม/อาตมภาพที่คอยประคองอยู่ คาดว่าตอนที่รถเครนหิ้วกระเช้าขึ้นไป แล้วมีเอียงล้มไปทางใดทางหนึ่ง มีหวังเกิดอุบัติเหตุอย่างมโหฬารแน่นอน..!

    กระผม/อาตมภาพทำการโปรยทานเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องเพราะว่าถ้าขึ้นไปบนเศียรสมเด็จองค์ปฐมแล้ว ต่อให้โปรยขนาดไหน ก็คงตกอยู่รอบบริเวณฐานสมเด็จองค์ปฐมนั่นเอง เนื่องเพราะว่าเป็นองค์พระที่ใหญ่มากทีเดียว

    ทางด้านบนเศียรสมเด็จองค์ปฐมนั้น "หลวงพ่อนิล" "ท่านอาจารย์ติงลี่" และญาติโยมหลายคนขึ้นไปรออยู่แล้ว เมื่อโปรยทานเสร็จ ทางด้านรถกระเช้าก็ค่อย ๆ เทียบเข้าไป กระผม/อาตมภาพทำการประกอบพระเกตุมาลาทั้ง ๒ ส่วนเข้าหากัน โดยที่มีผู้ช่วยกันประคับประคอง ๔ - ๕ คน จึงสามารถที่จะยกขึ้นสวมได้ ถึงได้รู้กันว่าน้ำหนักนั้นมากขนาดไหน ?

    เมื่อปรับให้อยู่ในมุมที่คิดว่าพอดีแน่แล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำการโปรยดอกไม้ถวายเป็นพุทธบูชา แล้วก็นั่งรถกระเช้าลงมาข้างล่าง เพื่อรับไทยธรรมจากญาติโยมทั้งหลาย ที่ร่วมกันถวายในกฐินครั้งนี้

    "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" บอกว่า "หลวงพ่อพักสักหน่อยดีกว่าครับ หน้าแดงไปหมดแล้ว" กระผม/อาตมภาพซึ่งเป็นคนไม่กลัวแดด แต่ก็ไม่ขัดศรัทธา ไปเข้าห้องน้ำได้สักครู่หนึ่ง ท่านติงลี่ หลวงพ่อนิล ครูบาวิฑูรย์ และครูบาเหนือชัยก็ตามเข้ามาพักด้วย และได้นัดแนะกัน ในการที่กระผม/อาตมภาพ ไปเป็นประธานงานออกนิโรธกรรมของครูบาเหนือชัย ในวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๗๐ ไปในตัว
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,356
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,293
    ค่าพลัง:
    +27,031
    จนกระทั่งประมาณ ๙ โมงครึ่ง พวกเราก็ออกไปบริเวณศาลาเอนกประสงค์ ทางด้าน "น้องเล็ก" และคณะตรวจสอบยอดเงินแล้ว กฐินปลดหนี้ปีนี้ได้มาที่ ๓,๑๘๑,๐๗๐ บาท ความจริงเป็น ๓,๑๘๐,๕๗๐ บาท แต่ว่า "คุณนายสมหวัง" (นางสมหวัง งามพฤกษ์วานิชย์) ประธานกลุ่มตึกเหลือง ซึ่งได้โอนเข้ามาในบัญชีของกระผม/อาตมภาพ ๕๐๐ บาท จึงต้องควักกระเป๋าให้ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เอาไปถวายร่วมกองกฐินทีหลัง บรรดาท่านที่โอนเงินมาแบบไม่รู้ที่รู้ทางแบบนี้ พลาดเมื่อไรก็จะพาพระต้องอาบัติปาราชิก ขาดความเป็นพระเสียเปล่า ๆ..!

    จนกระทั่ง "พระครูอินทธรรมาภรณ์" (เทวินทร์ เทวินฺโท) เจ้าคณะอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาถึง ทักทายกันแล้ว ท่านก็ "เว้าลาว" แบบคักขนาด เห็นกระผม/อาตมภาพฟังออกตอบได้ ท่านก็ยิ่งรัวลิ้นเป็นการใหญ่ จนกระทั่งกราบเรียนท่านว่า "ได้เวลาแล้วขอรับ" ท่านถึงได้เข้านั่งอยู่บนอาสนะ มีรองเจ้าคณะอำเภอคง มีเจ้าคณะตำบลหนองบัว ซึ่งพูดง่าย ๆ ว่าบรรดาผู้ปกครองในพื้นที่มาทั้งหมด

    กระผม/อาตมภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ญาติโยมสมาทานศีล แล้วกระผม/อาตมภาพก็กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ถวายผ้าและบริวารกฐินต่าง ๆ จากนั้นก็มอบงานส่วนที่เหลือให้กับ "คุณแม่เขียว ใจลา" โยมแม่ของ "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" ทำหน้าที่นำญาติโยมประเคนไทยธรรมและบริวารต่าง ๆ

    ครั้นเสร็จสรรพเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวกราบลาทุกท่าน บอกว่า "ยังต้องเดินทางอีกไกล ถ้าช้าเมื่อไร เดี๋ยวก็คงได้ติดแหง็กอยู่แค่แถวปากช่องหรือกลางดงเท่านั้นเอง..!" ทางด้าน "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" จึงได้จัดปิ่นโตขึ้นรถมาให้ กระผม/อาตมภาพก็ฉันมาบนรถ แต่ว่าเมื่อลงจากทางด่วน M ๖ แล้ว มาเติมแก๊สให้กับรถของตนเอง ไม่ทราบว่าไปพลาดอีท่าไหน ? เหยียบตะปูควงเข้า ทำให้ยางอ่อนยวบไปเลย..!

    ทางด้านร้านปะยางที่เข้าไปร้านแรก แต่เป็นร้านปะเฉพาะยางรถ ๑๐ ล้อ รีบเติมลมให้ แล้วก็ชี้ให้ว่าไปปะยางตรงไหน ? กระผม/อาตมภาพเองที่ห่างเหินจากงานแบบนี้มานาน ปะยางครั้งสุดท้ายในราคา ๕๐ บาท แต่ปรากฏว่างานที่ช่างใช้เวลาประมาณ ๕ นาทีก็ทำเสร็จ เรียกเก็บเงินไป ๒๐๐ บาท ทำเอาตนเองงง ๆ อยู่เหมือนกัน แล้วก็เร่งเดินทางมาขึ้นทางด่วน M ๖ ช่วงที่ ๒ ซึ่งเปิดให้ใช้งาน จนกระทั่งกลับเข้าถึงที่พัก จึงรีบมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอยู่ในขณะนี้

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...